สตรีเจ้าบ้านชี้ไปยังห้องพักของพวกเขา สับเปลี่ยนผ้าห่มใหม่เอี่ยมไว้ในห้องเรียบร้อย หมู่บ้านนี้แร้งแค้นพวกเขาจัดสรรให้ได้เพียงเท่านี้หลังสตรีเจ้าบ้านกล่าวจบก็ออกไปเฉินเสียนเอาถ้วยเปล่าเทสุราให้ตัวเอง จากนั้นก็ดื่มหนึ่งอึกสุรานี้แม้จะธรรมดาทั่วไป หากแต่ให้รสชาติหวานกลมกล่อมไม่เบาเธอกล่าว “กินเถอะ ข้าหิวแล้ว”ซูเจ๋อเป็นคนกินน้อย ส่วนมากจะนั่งมองเฉินเสียนกินเฉินเสียนอยากเมินเฉยใส่สายตาคู่นั้นเหลือเกิน หากแต่หัวใจกลับไม่รักดีมีแต่ภาพของเขาเต็มไปหมด ไล่เท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จเสียทีซูเจ๋อเอ่ยเสียงแผ่วเบา “อาเสียน ท่านชิงชังข้าหรือ?”เฉินเสียนวางตะเกียบ รู้สึกคอแห้ง จึงดื่มสุราไปหนึ่งถ้วย เอ่ยด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “ข้าชิงชังท่านได้อย่างไร? ถึงแม้จะเกลียดท่านก็ต้องมีเหตุผลไม่ใช่หรือ?”เธอฝืนหัวเราะต่อไม่ได้แล้ว ไม่อาจแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อไปแววตาเงียบงันของเฉินเสียนยกขึ้นมาหยุดอยู่ตรงใบหน้าซูเจ๋ออย่างสงบจิตสงบใจ เอ่ยว่า “ซูเจ๋อ ท่านไม่คิดอธิบายกับข้าหรือ?”ซูเจ๋อกล่าว “ท่านไม่ได้ถามกระไร ข้าควรจะอธิบายเยี่ยงใดเล่า”755
“ได้ งั้นข้าถามท่าน” เฉินเสียนจ้องเขา พลางเอ่ยทีละถ้อยคำอย่างแจ่มชัด“กองเกียรติยศที่ล้มตายด้วยโรคระบาดกันเป็นแถว เกี่ยวข้องกับท่านหรือไม่?”ซูเจ๋อใคร่ครวญแล้วตอบว่า “ครั้งนี้พวกเขาไม่ตาย ครั้งหน้าก็ต้องตายเช่นกัน”คลับคล้ายคลับคลาว่าเฉินเสียนจะรู้คำตอบแล้ว ทว่าเธอไม่เต็ม