มสับสนมึนงง พลางทอดถอนหายใจ “ซูเจ๋อ ท่านบอกข้าสิ”ซูเจ๋อจับประตูแล้วปิดเบาๆ ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ท่านสังเกตเห็นตอนไหน วันที่เห็นหนูตายหรอกหรือ?”เฉินเสียนเม้มปาก หัวเราะเสียงเย็น “ท่านไม่ได้เห็นกับตา วันนั้นศพหนูลอยเน่าเปื่อยอยู่บนผิวนํ้านับไม่ถ้วน ซึ่งปราชาชนในเมืองใช้นํ้าสกปรกนี้ดื่มล้าง แค่คิดก็คลื่นไส้แล้ว”เธอทิ้งกายลงมานั่งที่พื้น เงยหน้าขึ้นมาพิงเสาโต๊ะนิดๆ พูดกับแผ่นหลังของซูเจ๋อว่า“ยามที่งมเก็บซากศพหนูพวกนั้น เฮ่อโยวบอกว่าข้ากลัวหนูให้ข้าหลบไป ข้าก็รู้สึกฉงนใจ ไยข้าถึงไม่รู้ว่าตัวเองกลัวหนู758
เฮ่อโยวบอกว่า ท่านเล่าให้เขาฟังในราตรีที่เขาเห็นท่านจับหนูในเมืองอวิ๋นคืนนี้ แต่ข้าไม่เคยตกใจเพราะหนูมาก่อนและไม่ได้กลัวถึงขั้นให้ท่านช่วยข้าจับหนู”ซูเจ๋อกล่าวเสียงทุ้มตํ่า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง แม้นว่าข้าคิดหน้าคิดหลังจนนึกว่าแผนการแยบยลแล้ว แต่ก็ยังลืมเฮ่อโยวอยู่ดี หากรู้ตอนนั้น งั้นเขาก็อาจเป็นตัวย่◌ุงยาก”เขารู้ว่าเฉินเสียนเป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่อง ขอเพียงเฮ่อโยวพูดผิดสักคำเดียวก็จะทำให้เธอคลางแคลงใจ“ท่านเคยคิดจะฆ่าเขาไหม?”ซูเจ๋อตอบ “ไม่เคยคิด หาไม่ ท่านคงเกลียดชังข้ากว่ายามนี้”“ท่านมองข้าแล้วตอบได้หรือไม่ หนูในเมืองอวิ๋นกับหนูที่ตายนอกเมืองจิงเกี่ยวพันกับท่านหรือไม่?”ซูเจ๋อหันมามองเธอ เห็นแววตาสว่างเจิดจ้าของเธอจ้องมาที่เขาเขาพูดว่า “ท่านรู้สึกเช่นไรล่ะ?”เฉินเสียนรู้สึกเหนื่อยล้า