องไม่ให้ไปมองเขา ตอนหันหลังเธอกะพริบตาที่เริ่มแดงขึ้นมาซูเจ๋อหน้าซูบผอมซีดเซียว ความเหนื่อยล้าจากหลายๆวันติดต่อกันทำให้สีหน้าเขายิ่งดูโดดเดี่ยวอ้างว้างเฉินเสียนเริ่มยืนไม่มั่นคง ต้องจับผนังพยุงตัวเองเดินไปยังห้องนอนทีละก้าวในที่สุดก็ถึงห้องจนได้ เธอผลักประตูก็เห็นแสงสว่างจากตะเกียงที่จุดไว้ตลอดเท้าของเธอไม่ทันได้ก้าวเข้าไป ร่างกายก็ชิงก้าวไปยังวงกบประตูก่อนหนึ่งถึงกระนั้นซูเจ๋อก็ไวก่อนเธอหนึ่งก้าว นาทีเธอจะล้มลงไป เขาก็รีบเข้ามาโอบเอวของเธอไว้ทันท่วงทีเขาก้าวเข้าประตูธรณี รีบอ้◌ุมเฉินเสียนเข้าไปเมื่อปลายเท้าเฉินเสียนหล่นสู้พื้นก็รีบผลักเขาออกจากตัวอ้อนแขนซูเจ๋อว่างเปล่าทันที แต่ก็ไม่ได้ไปแตะเธออีก กล่าวว่า “ท่านพักผ่อนเถอะ ถึงรุ่งเช้าก็ลืมแล้ว”757
เฉินเสียนหย่อนกายลงนั่งที่โต๊ะ เส้นผมตกลงมาปิดบังใบหน้าของเธอ ปิดบังอารมณ์ความรู้สึกของเธอเธอถาม “ถึงร่◌ุงเช้าก็ลืมแล้ว ท่านให้ข้าลืมอันใด?”“ลืมทุกอย่างที่ท่านต้องการลืม”ซูเจ๋อก้าวไปถึงหน้าประตูเตรียมจะออกไป เสียงอันเศร้าสร้อยของเฉินเสียนก็ส่งมาจากด้านหลัง “ซูเจ๋อ ข้าอุตส่าห์ถามแล้ว ไยท่านยังไม่อธิบาย?”ซูเจ๋อหยุดก้าวเดินหน้าประตูเธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พูดอย่างหดหู่ว่า “ข้าเดาถูกหมดเลยใช่ไหม? เพียงท่านอธิบายสักคำ คำเดียวก็พอ ท่านบอกข้าว่าท่านไม่ได้ทำเรื่องพวกนี้ เพราะข้าไม่เชื่อความจริง ข้าเชื่อท่าน”เฉินเสียนเงยหน้า มองแผ่นหลังซูเจ๋อด้วยควา