ล้ว คิดแค่รักษาอาการป่วยให้ชาวบ้านอย่างสบายใจก็พอ ไม่ต้องไปคิดถึงอย่างอื่น อีกอย่างจะได้ไม่ต้องกลับไปที่เรือน……เจอซูเจ๋อชั่วคราวมีบางคำพูดที่ไม่สามารถพูดออกไปได้ แต่มันถูกกดทับและสะสมไว้ในใจเธอวันแล้ววันเล่า ความรู้สึกเช่นนั้นไม่สบายใจเลยสักนิด ถึงขนาดทำให้เธอหายใจไม่ค่อยออกผ่านไปสักพักเฉินเสียนก็ถามขึ้นมา:“ปกติแล้วนํ้าที่ใช้ในหมู่บ้านไปตักจากที่ไหนหรือ?”ชาวบ้าน:“ฝั่งหัวโค้งทางนู้นพ่ะย่ะค่ะ มีแม่นํ้าสายเล็กๆแยกออกมาจากแม่นํ้าเซียง มันอ้อมเนินนี้ไป ไหลเข้าไปในหมู่บ้านพ่ะย่ะค่ะ ในวันปกติชาวบ้านต่างก็ใช้นํ้าจากในแม่นํ้าเส้นนั้น”เป็นเช่นนี้จริงๆด้วยพวกเขาเดินข้ามที่นาลักษณะโค้งนี้ไปอย่างช้าๆ เท้าทั้งสองข้างของเฉินเสียนเหมือนผูกติดไว้กับปูน ทุกๆครั้งที่ยกเดินทั้งหนักทั้งหน่วงหัวโค้งมีเนินเขาอยู่หนึ่งลูก มีแค่ทางเดินเส้นนี้ที่สามารถอ้อมเนินเดินคดเคี้ยวข้ามไปขณะที่ยืนอยู่บนเนินนั้น ได้ยินเสียงนํ้าไหลเลือนราง746
ลำธารเล็กๆนี้แยกออกมาจากแม่นํ้าเซียงที่เป็นแม่นํ้าสายหลัก ไม่ได้ไหลผ่านประตูระบายนํ้าที่มีหนูตายเป็นจำนวนมากอยู่นอกเมือง ฉะนั้นสารที่ปนเปื้อนมาในนํ้าไม่ได้รุนแรงมากขนาดนั้น แต่ก็ไม่สามารถกำจัดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายมนุษย์ได้ชาวบ้านอ้อมเนินเดินไปนำทางด้านหน้า เฉินเสียนเริ่มเข้าใจสถานการณ์โรคระบาดในหมู่บ้านแล้วสถานการณ์ของหมู่บ้านยังไม่ได้ร้ายแรงมาก ตอนนี้ยังไม่ถึงกับร่างกาย