ฉินหรูเหลียงพูดขึ้นว่า : “ท่านไม่ยอมให้ข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและตัวข้าเองก็ไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรได้ ในเมื่อไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้วทำอาหารสักหน่อยยังพอได้บ้าง ท่านลองชิมดู”เฉินเสียนเริ่มตักอาหารมาชิม ฉินหรูเหลียงจึงถามขึ้นว่า : “รสชาติพอได้ไหม?”ในใจของเธอตอนนี้มันไม่ใช่รสชาติ เธอไม่เคยนึกเลย ว่าแม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรต้าฉู่ ที่เคยเป็นคนที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทุกอย่าง แต่มาวันนี้เขากลับเข้าห้องครัวเป็น กลิ่นอายจิตสังหารค่อยๆ ถูกกลิ่นควันและกลิ่นนํ้ามันในห้องครัวกลบเกลื่อนจนหมดเฉินเสียนกลืนลงคออย่างยากลำบาก แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ท่านไม่เหมาะกับการทำอาหาร คนทำอาหารจะต้องเป็นคนที่มีจิตใจละเอียดอ่อน ท่านทำเค็มไปแล้ว”“อย่างงั้นหรือ คราวหน้าข้าจะระวัง”“ฉินหรูเหลียง” เฉินเสียนถามขึ้นว่า : “ทำไมท่านถึงไม่ยอมให้ซูเจ๋อรักษาแขนของท่านให้หายดี”“สิ่งที่รับมาจะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ ข้าไม่อยากจะถูกเขาบงการ” ฉินหรูเหลียงเม้มปากแล้วจึงพูดขึ้นว่า : “คนผู้นั้นโอหังเกินกว่าที่ท่านจะจินตนาการได้เขานึกว่าตัวเองสามารถควบคุมทุกคนได้ เฉินเสียน คนแบบนั้นน่ากลัวที่สุด”671
เฉินเสียนพูดขึ้นด้วยความเข้าใจ : “มิน่าล่ะ เขาถึงบอกว่าต้องให้ท่านเป็นคนตัดสินใจคิดพิจารณาเองให้ดี ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถบังคับใครได้ทั้งนั้น” เธอหันไปมองฉินหรูเหลียง แล้วถามต่อว่า : “เขาไปบงการและควบคุมอะไรท่านหรือ?”ฉินหรูเหลียง