เทนํ้าร้อนลงในถังไม้ แล้วเติมนํ้าเย็นเข้าไปเพื่อตั้งไฟใหม่ เฉินเสียนเติมฟืนเพิ่มเพื่อต้มนํ้าต่อซูเจ๋อยกถังนํ้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ไปเถอะ ข้าจะช่วยท่านยกนํ้าร้อนไปที่ห้อง”เฉินเสียนที่กะจะยกเอง จึงพูดขึ้นว่า : “ให้ข้ายกดีกว่า อาการบาดเจ็บของท่านยังไม่หายดี แล้วยังจะยกของหนักอีก”“เป็นเรื่องปกติมาก ไม่เป็นปัญหาหรอก”ซูเจ๋อไม่ได้เปิดโอกาสให้เฉินเสียนได้ยกนํ้าเอง เขาหมุนตัวแล้วเดินไปข้างหน้าทันที เฉินเสียนจึงทำได้แค่เดินตามหลังไปเมื่อเข้าห้องไปแล้ว ซูเจ๋อก็ถามขึ้นว่า : “นํ้าพอรึเปล่า ถ้าไม่พอข้าจะไปต้มใหม่มาอีกหนึ่งถัง”เฉินเสียนจึงพูดขึ้นว่า : “พอแล้ว ข้าใช้ประหยัดๆ หน่อยก็พอแล้ว”เมื่อช่วยเฉินเสียนยกนํ้าเสร็จแล้ว ซูเจ๋อจึงค่อยกลับไปต้มนํ้าต่อ เพื่อนำกลับไปอาบนํ้าที่ห้องของตัวเองดึกมากแล้วในที่สุดคืนนี้ฝนก็หยุดตกจนได้ ไฟตะเกียงทั้งเมืองของเมืองอวิ๋น ค่อยๆ ดับลงช้าๆจะว่าไปแล้ว ตอนที่ซูเจ๋อและเฮ่อโยวออกจากเมืองหลวงไป ติดตามการเดินทางของกองเกียรติยศ ถึงแม้มักจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังเสมอ แต่ในท้ายที่สุดก็สามารถกลับมาถึงที่อาณาเขตโดยสวัสดิภาพ658
กองเกียรติยศคือกองทหารที่องค์จักรพรรดิทรงรับสั่งให้มาประกบเฝ้าระวังโดยเฉพาะ แม่ทัพโฮ้วไม่กล้าชักช้า ดังนั้นเขาจึงดูแลและคอยเฝ้าระวังเป็นพิเศษพวกเขารีบเดินทางจากเมืองเสวียนไปยังเมืองอวิ๋น ถือเป็นการพบปะกับกองเกียรติยศ กองเกียรติยศได้จัดเตรียมที่พักในจวนให้