ขี้ผึ้งนี้แล้วก็จะไม่หลงเหลือรอยแผลหรือรอยด้านไว้เลยเฉินเสียนทามือของเธอด้วยปลายนิ้วอันอบอุ่นของเขา เธอฟังซูเจ๋อเอ่ยขึ้นมาว่า “คราวนี้ฝนตกนานเกินไป เกรงว่าอีกไม่นานจะกลับไปเมืองหลวงไม่ได้”เมื่อพูดถึงเมืองหลวง เฉินเสียนก็รู้สึกต่อต้านขึ้นมาถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าน่องน้อยยังอยู่ในเมืองหลวงเธอคงไม่คิดจะกลับไปที่นั่นอีกเธอกับซูเจ๋อคงจะพากันบินหนีไปได้ไกลแสนไกล ถึงแม้มันจะเป็นความคิดที่ดูเพ้อฝันก็ตามเฉินเสียนเอ่ยเบาๆ ว่า “ข้าเองก็ไม่ได้มีความคิดอยากจะกลับไปเร็วขนาดนั้น”“หากหลีกเลี่ยงจากนํ้าหลากในช่วงสารทฤดูไม่ได้จริงๆ หนทางจากที่นี่ไปเมืองหลวงก็ยังอีกยาวไกล ระหว่างทางอาจพบเจอผู้ประสบภัยมากขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์ก่อขึ้น ผู้ที่ลำบากคือปราชาชน ตลอดทางหลังจากนี้อาเสียนจะต้องรวบรวมหัวใจของผู้คนเอาไว้”เฉินเสียนตั้งใจฟัง ทว่าไม่ได้พูดอะไร640
ซูเจ๋อกล่าวอีกว่า “เดิมทีที่พรมแดนทางใต้มีแม่ทัพโฮ้ว และเมื่อบรรลุข้อตกลงกับเย่เหลียง ทางเป่ยเซี่ยจะไม่ขัดขวางการชิงราชบัลลังก์กลับคืนของท่าน ดังนั้นจะบัญชาการทหารให้ไปทางเหนือในเวลานี้ก็ไม่เป็นไร”เขาพูดอย่างสบายๆ ราวกับว่าการโค่นล้มการปกครองเป็นแค่เรื่องธรรมดาเฉินเสียนขมวดคิ้วและกล่าวว่า “ถ้าเกิดนํ้าท่วมขึ้นจริงๆ ปราชาชนจะพลัดถิ่นและไร้ที่อยู่อาศัย ถึงเวลานั้นจะมีใจไปทำสงครามได้อย่างไร เลือดจะหลั่งไหลลงสู่แม่นํ้าและสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เหลือไว้แต