าผู้คนเธอไม่สามารถมองเขาได้มากอย่างนี้ไม่สามารถสัมผัสเขาได้มากเพียงแต่เวลาที่อยู่สองคน ก็สามารถที่จะพะเน้าพะนอชั่วประเดี๋ยวเดียวเช่นนี้ได้และก็เป็นสิ่งที่ดีด้วยเฉินเสียนหลับตา กล่าวขึ้นว่า“ซูเจ๋อ ข้าคิดถึงท่าน ยิ่งจริงจังกับท่านมากความคิดที่อยากจะอยู่ร่วมกันยิ่งเร่งรัดมากขึ้น ทรมานเหลือเกิน”เพิ่งจะพูดจบ เฉินเสียนก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของเก้าอี้เป็นซูเจ๋อที่ลุกขึ้น ดึงช่วงเอวของเฉินเสียนขึ้นแล้วโอบอุ้มไว้เฉินเสียนเบิกตาโพรง มือคว้าที่ลำคอของเขา ยินยอมให้เขาอุ้มตัวเองเดินออกไปอย่างไว้เนื้อเชื่อใจด้านนอกเวลาคํ่าคืนฝนชุ่มฉํ่าทำให้ลุ่มหลงจนไม่อาจตัดใจ อากาศหนาวเย็นพัดผ่านใบหน้าเฉินเสียนเอียงศีรษะซบลงบนไหล่ของซูเจ๋อซูเจ๋อมุ่งตรงอุ้มเธอกลับมาที่ห้อง620
ตอนที่เขากดเธอลงบนเตียง ลมหายใจอุ่นร้อนอยู่ข้างหูเธอ ทอดถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้นว่า“โชคดีที่ท่านดื่มเหล้า หากท่านมีสติแล้วพูดว่าคิดถึงข้า คํ่าคืนนี้เกรงว่าท่านจะมีเรื่องวุ่นวายแล้ว”เฉินเสียนโอบกอดเขา ยังกล่าวด้วยท่าทางสะลึมสะลือไม่เข้าว่า“แต่ข้าไม่ได้เมา ข้ายังมีสติดี”“ไม่ได้เมา ถึงพรุ่งนี้เช้าก็อาจจะจำไม่ค่อยได้แล้ว อะไรท่านก็สามารถลืมมันได้นะ จะมีเพียงข้าเท่านั้น ข้าต้องการให้ท่านจำข้าได้อย่างชัดเจน ”เธอหัวเราะทุ้มตํ่าในอ้อมกอดของเขาผ่านไปพักหนึ่ง เดิมนึกว่าเฉินเสียนนอนหลับแล้ว แต่ทว่าเธอมีสติอยู่ครึ่งหนึ่งถามว่า“ซูเจ๋อ วันนี้ท่านพูดคุยกับฉ