อ่ยว่า “ท่านรู้จักดูสีหน้าคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?”ฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “ในเมื่อเขาฟื้นแล้ว ข้าคิดว่าท่านคงไม่ต้องเป็นห่วงเขาท่านควรกลับเข้าประตูให้ถูกที่ได้แล้ว”เฉินเสียนกล่าวอย่างไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว “ครั้งก่อนข้ายังพูดไม่กระจ่างอีกหรือ?”541
“ข้ารู้ว่าท่านชอบเขา แต่ยามนี้ท่านเป็นภรรยาของข้าตามหลักตามขนบธรรมเนียม”พอกลับถึงเมืองหลวง องค์จักรพรรดิเห็นเฉินเสียนกับซูเจ๋อห่วงใยซึ่งกันและซึ่งเยี่ยงไร มันไม่เป็นผลดีต่อเธอเลยเฉินเสียนเหมือนหูทวนลม ตั้งมั่นต้มยาให้ซูเจ๋อต่อไปฉินหรูเหลียงรู้สึกร้อนรน พลางกล่าวว่า “เฉินเสียน อย่าดื้อดึงเลย เขาเป็นอาจารย์ของท่านนะ”เฉินเสียนเอ่ยอย่างเพิกเฉย “ขอเพียงไม่ใช่สายเลือดเดียวกับข้า ข้าไม่สนว่าเขาเป็นใคร”สิ่งที่เธอตั้งมั่นหรือผู้ที่เธอหมายปองแล้ว เธอจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงง่ายๆฉินหรูเหลียงเห็นเจรจากับเธอไม่ลงรอย จึงเดินผ่านเฉินเสียนเข้าไปด้านในห้องเขาเงยหน้ามองเห็นซูเจ๋อฟื้นแล้วจริงๆ ทว่าร่างกายยังอ่อนแอ ใบหน้าไร้สีเลือด ผมดำราวนํ้าหมึกพิงอยู่บนไหล่ด้วยท่าทางดูดีแบบฉบับไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นฉินหรูเหลียงมองซูเจ๋อแวบหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ที่แท้ท่านก็เป็นวรยุทธ์”เขารู้ว่าลำพังเฉินเสียนคงไม่อาจฆ่ามือสังหารพวกนั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีก้อนหินมหึมาร่วงหล่น หากคนไร้วรยุทธ์ก็ยากจะต้านทานไหว ยิ่งไม่มีทางฟื้นหลังบาดเจ็บสาหัสซูเจ๋อถูกเปิดโปงอย่างไม่ต้องสงสัย542
สีหน้าซู