นํ้าเสียงของเฉินเสียนเรียบเฉยและแหบพร่าไร้ซึ่งอารมณ์ “ท่านบอกว่านางคือองค์หญิงซึ่งมีผู้คนรายล้อมมากมาย แล้วนางจะน่าสงสารเช่นนั้นได้อย่างไร…เพราะครั้งหนึ่งเคยมีชายหนุ่มเต็มใจปีนต้นไม้เพื่อไปเก็บแอปริคอตให้เธอ แต่ภายหลังเขากลับไปเต็มใจที่จะเก็บมันให้คนอื่น”ลูกกระเดือกของฉินหรูเหลียงขยับเล็กน้อย ทว่าเขาไม่พูดอะไรสักคำเฉินเสียนเอ่ยอย่างเลื่อนลอยว่า “แต่น่าเสียดายที่เฉินเสียนผู้นั้นตายไปแล้วหลังจากที่ท่านแต่งงานกับนาง ท่านไม่เคยดูแลไม่เคยใส่ใจ ปล่อยให้นางหิวโหยและหนาวเหน็บ ปล่อยให้นางถูกคนรังแก แม้กระทั่งคนที่นางรักยังทำร้ายนางด้วยมือของตัวเอง หัวใจของนางค่อยๆ ถูกทำลายจนแหลกละเอียด”ความทรงจำของชีวิตในช่วงสามเดือนภายในจวนแม่ทัพที่เจ้าของเดิมทิ้งไว้ให้ ตอนนี้เธอยังจำมันได้ชัดเจนทุกๆ อย่างกลายเป็นรอยแผลลึกเฉินเสียนกล่าวว่า “ท่านไม่เชื่อว่าหลิ่วเหมยอู่เป็นคนกรีดใบหน้าของนาง ไม่เชื่อว่านางถูกหลิ่วเหมยอู่ไล่ออกจากจวน เพียงแต่… ในตอนที่นางขอความช่วยเหลืออยู่ท่ามกลางหิมะนั่น นางได้ตายจากไปแล้ว ในเวลานั้นท่านอยู่ไหน ท่านไม่เคยสนใจเลยว่านางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร”เธอมองฉินหรูเหลียงอย่างสงบ “ตอนนี้ท่านบอกว่าท่านอยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ท่านอยากจะปฏิบัติต่อนางให้ดีที่สุด แต่เฉินเสียนที่รักท่านคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ท่านคิดว่าท่านจะทำดีกับนางได้อย่างไร”519
คำพูดแต่ละคำของเฉินเสียนเป็นเหมือนคมมีดท