ซูเจ๋อพูดขึ้นช่วงเวลาที่เหมาะว่า “ฝ่าบาทได้รับจดหมายจากเป่ยเซี่ยแล้วใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”จักรพรรดิสงสัย “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”“เมื่อก่อนตอนที่ข้ากระหม่อมซูส่งจดหมายไปให้เป่ยเซี่ย เมื่อลองคิดคำนวณเวลา ถ้าเกิดว่าเป่ยเซี่ยมีจดหมายส่งมา ก็คงเป็นเวลาไม่กี่วันนี้พ่ะย่ะค่ะ”จักพรรดิเพิ่งจะรู้ว่าประเมินค่าซูเจ๋อตํ่าไป จึงพูดว่า “เจ้าคงเตรียมการไว้ตั้งแต่ทีแรกหมดแล้ว”ซูเจ๋อพูด “เวลานั้นเป่ยเซี่ยสนใจแต่ตัวเอง ไม่สนใจองค์หญิงจิ้งเสียน แต่มาถึงวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว จักรพรรดิเป่ยเซี่ยเป็นคนมีความเมตตาความชอบธรรม อย่างไรก็ตามจิ้งเสียนก็เป็นพระราชนัดดาบุญธรรมของจักรพรรดิเป่ยเซี่ย”เฉินเสียนมองไปที่ซูเจ๋อแสงสว่างที่อ่อนโยนส่องสว่างอยู่บนตัวเขา งดงามอย่างมาก เธอรู้สึกว่า ซูเจ๋อกับเย่เหลียงกำลังเจรจาต่อรองกัน เวลาเพิ่งจะเริ่มเมื่อครู่นี้“ถ้าจิ้งเสียนเกิดเรื่องขึ้นมาในเย่เหลียง ก็จะไปส่งเสริมให้ต้าฉู่กับเป่ยเซี่ยกลายเป็นพันธมิตรกัน เย่เหลียงก็จะตกอยู่ในอันตรายพ่ะย่ะค่ะ”องค์จักรพรรดิเย่เหลียงไหนเลยจะไม่เข้าใจ ดังนั้นพรุ่งนี้วางแผนที่จะส่งเฉินเสียนกลับต้าฉู่444
ตอนนี้ซูเจ๋อและเฉินเสียนเข้าใจในวัตถุประสงค์ของเขา เขากลับถูกจำกัดขอบเขตมากยิ่งขึ้นจักพรรดิพูด “ในเมื่อองค์หญิงจิ้งเสียนมีความสัมพันธ์กับเป่ยเซี่ย ทำไมถึงไม่พูดชักจูงให้เป่ยเซี่ยกับเย่เหลียงของข้าผูกพันธมิตรกัน เช่นนั้นเหนือใต้ก็สามารถโจมตีขนาบ เพื