าพูดอีกรอบสิ”เฉินเสียนเชิดคางอย่างองอาจผึ่งผาย กล่าวทีละถ้อยคำ “ท่านว่าฉินหรูเหลียงเป็นเศษสวะ ในสายตาข้าท่านกลับเทียบเขาไม่ได้เลย อย่าได้ดูแคลนทูตที่ราชสำนักส่งมาเลย เพราะทูตต้องคอยตามเช็ดก้นให้แก่พวกขี้ขลาดหัวหดเป็นเต่าอย่างพวกเจ้า หากท่านชนะเย่เหลียงได้จริง เหตุใดจึงเป็นสถานการณ์เช่นทุกวันนี้?”จ้าวเทียนฉีชูมือจะฟาดเธออีกครั้งเธอหัวเราะเยัยหยันพร้อมกับกล่าวต่อไป “ว่าไง มีแรงตบสตรี แต่ไม่กล้าไปรบกับเย่เหลียง? จักรพรรดิเย่เหลียงอยู่ในเขตชายแดน หากท่านสามารถจับกุมตัวได้ เท่ากับเป็นการพลิกสถานการณ์โดยแท้จริง เช่นนั้นต้าฉ่◌ูก็ไม่ต้องมอบห้าคูเมืองให้อีกฝ่าย และไม่ต้องกลํ้ากลืนไปเจรจากับเย่เหลียง หากยามนั้นมาถึง ท่านคือขุนนางผู้มีความดีความชอบ เฉินเสียนอย่างข้าเป็นผู้รู้กาลเทศะ ต้องปูเสื่อรอปรนนิบัติท่านโดยไม่อิดออด”บัดนี้โทสะของจ้าวเทียนฉีผสมปะปนไปด้วยความทะเยอทะยานเฉินเสียนถามเขา “ทำไม ท่านกล้าหรือไม่? ไม่กล้าก็ยอมรับเสียเถอะ ไม่มีผู้ใดตำหนิท่าน” เธอเผยความดูหมิ่นทางสีหน้า พลางยิ้มกล่าวว่า “อย่างไรเสียแต่ไหนแต่ไรท่านมันก็เป็นได้แค่นี้อยู่แล้ว”323
เฉินเสียนกล่าวจบ พลางหันกายอย่างกล้าแกร่งแม้นว่าอาภรณ์จะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบอาหาร หากแต่รัศมีความสูงส่งนั้นไม่เคยจืดจางจ้าวเทียนฉีผู้ยืนอยู่ด้านหลังเธอ ทันใดนั้นก็จับข้อมือเธอแล้วดึงกลับมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า “เจ้าฟังข้าให้ดี แค่เย่เหลียงเอง