ดังคาด เถ้าแก่คิดจะสอบถามให้ละเอียดยิ่งขึ้น เอ่ยด้วยเสียงโศกเศร้า “ใกล้จะเจรจาสงบศึก ทั้งสองแคว้นจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติภาพ ยามนี้เหตุใดท่านแม่ทัพยังต้องยกทัพตีเย่เหลียงอีกเล่า? การแพ้สงครามครั้งก่อนก็ยํ่าแย่เต็มทนแล้วหากเกิดการรบขึ้นมาอีกจริงๆ สองแคว้นยังจะเจรจาให้เกิดสันติภาพได้อีกหรือ?”ซูเจ๋อกล่าวเสียงเรียบเฉย “ต้าฉ่◌ูกับเย่เหลียงจริงใจต่อการเจรจาสันติภาพโดยแท้ ทว่าแม่ทัพจ้าวทำโดยพลการ ได้ยินมาว่าองค์จักรพรรดิแห่งเย่เหลียงเดินทางมาถึงเขตชายแดนแล้ว หากแม่ทัพจ้าวลอบทำร้ายสำเร็จ จะเป็นทางลัดในการพลิกสถานการณ์รบได้เร็วที่สุดเลยทีเดียว”เถ้าแก่รีบผงกศีรษะกล่าว ” มิสมควรสู้รบกันอีก มิสมควรจริงๆ ไม่อาจล่วงรู้เลยว่าศึกครั้งนี้จะต้องมีคนตายอีกเท่าไหร่ ใช่ว่าจักรพรรดิเย่เหลียงจะลอบทำร้ายกันได้ง่ายๆ แขกทั้งสองท่านค่อยๆกิน ข้าไม่รบกวนแล้ว”จากนั้นเฉินเสียนพลันเห็นเถ้าแก่เข้าครัวด้านหลัง ซึ่งเข้าไปแล้วก็ไม่ได้ออกมาอีกเลยเฉินเสียนคิดจะยกเหล้าหมักสับปะรดที่ยังเต็มขวดขึ้นมา พึ่งจะได้สัมผัสขวดเหล้าพลันถูกซูเจ๋อยกมือรั้งไว้ซูเจ๋อกล่าว “ดื่มน้อยเสียหน่อย”เฉินเสียนไม่ได้ยืนกระต่ายขาเดียว เอ่ยว่า “งั้นข้าเอากลับไปให้เฮ่อโยวชิมละกัน”“ได้”310
จวบจนถึงเวลาคิดเงินก็ไม่เห็นเถ้าแก่ปรากฏกายซูเจ๋อวางเงินย่อยไว้บนโต๊ะ พร้อมกับกล่าวว่า “คาดว่าเถ้าแก่คงย่◌ุงอยู่ ไปกันเถิด”“ร้านเขาไม่มีแขก จะย่◌ุงอันใดเล่า?” เฉิน