กลับไปเมืองหลวง ข้าจะกราบทูลสิ่งที่ข้าเห็นและรับรู้กับองค์จักรพรรดิตามความเป็นจริง”เธอมองจ้าวเทียนฉีและกล่าวขึ้นมาอีกว่า “ในช่วงเวลาสงครามเช่นนี้มิให้สังหารทูต ตอนนี้การเจรจาสันติภาพระหว่างเย่เหลียงกับต้าฉู่ใกล้เข้ามาแล้ว ที่แม่ทัพจ้าวจะฆ่าทูตผู้นี้ ท่านต้องการจะทำอะไรกันแน่? อยากให้ทั้งสองอาณาจักรเกิดความวุ่นวายใหญ่หลวงอีกครั้งหนึ่ง อยากให้เหล่าทหารจำนวนนับไม่ถ้วนบาดเจ็บล้มตาย ให้ปราชาชนตกอยู่ในความทุกข์ทรมานอย่างนั้นรึ!”ใบหน้าของจ้าวเทียนฉียังคงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด เขาหัวเราะอย่างเย้ยหยันและออกคำสั่งว่า “ให้คนมาเอาตัวทูตออกไปก่อน”หลังจากนั้นเขาจึงถือดาบเดินเข้าไปหาเฉินเสียนทีละก้าวๆเฉินเสียนไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอหรี่ตามองเขาแม่ทัพโฮ้วเอ่ยขึ้นมาอย่างทันท่วงทีว่า “ที่องค์หญิงตรัสนั้นมีเหตุผล แม่ทัพจ้าวจะหยาบคายกับองค์หญิงไม่ได้”“ข้าจะเคารพหรือไม่เคารพนาง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะเข้ามาสอด”แม่ทัพโฮ้วยืดตัวขึ้นและขยับนิ้วแอบกุมดาบเอาไว้ เขาสามารถชักดาบออกจากปลอกได้อย่างทันท่วงทีหากถึงเวลาต้องทำจ้าวเทียนฉีเป็นคนกล้าบ้าบิ่นและทำได้ทุกอย่างหากเข้ากล้าลงมือกับเฉินเสียนจริงๆ แม่ทัพโฮ้วก็พร้อมจะชักดาบของเขาทันทีทว่าซูเจ๋อกลับเอื้อมมือมากดด้ามดาบของเขาลงด้วยความใจเย็น296
เฉินเสียนไม่ได้กังวลว่าจ้าวเทียนฉีจะฆ่าเธอในตอนนี้ ในกระโจมไม่ได้มีแค่เธอกับจ้าวเทียนฉีแค่สองคน แต่ยังมีสายตาหลา