เมื่อถึงเวลากลางคืน เป็นเพราะว่าพรุ่งนี้ยังคงต้องเดินทางต่อ ทุกคนต่างเข้าพักผ่อนกันหมดแล้วภายในห้องโถงข้างล่างจุดตะเกียงนํ้ามันไว้ ส่องแสงสว่างสลัวๆภายในเรือนรับรองสถานีจุดพักม้านั้นมีข้อจำจัด ชิงซิ่งต้องการที่จะเขียนจดหมายจึงไปที่ห้องโถงเพื่อที่จะยืมพู่กันเฉินเสียนยังไม่กะจิตกะใจที่จะนอน จึงเดินออกประตูแล้วมายืนอยู่ด้านหน้าของอีกห้อง ยกมือขึ้นก็เคาะคนที่มาเปิดประตูนั่นคือซูเจ๋อ เขาอยู่ในชุดสีขาวนวลพระจันทร์ ทรงผมหลอมๆ ร่างกายนั้นมีกลิ่นอายของความสะอาด น่าจะเพิ่งอาบนํ้าเสร็จเงยหน้าขึ้นมองเฉินเสีน ด้วยสายตาที่แคบยาวแล้วพูดว่า “องค์หญิงมีอะไรรึ?”เฉินเสียนพยายามไม่มองไปที่เขา แล้วพูดว่า “เฮ่อโยวล่ะ?”เฮ่อโยวที่อยู่ในห้องตอบกลับมาว่า “องค์หญิงหาข้ารึ?รอสักครู่ ข้ากำลังใส่เสื้อผ้าอยู่”เฉินเสียนกระตุกมุมปากคนหนึ่งเพิ่งจะอาบนํ้าเสร็จ อีกคนหนึ่งอาบนํ้าเสร็จแต่ยังไม่ทันแต่งตัว……ผู้ชายสองคนอยู่ห้องเดียวกัน นั่นทำให้คิดจินตนาการไปได้ไกลจริงๆ!193
ซูเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นสีหน้าของเฉินเสียนที่แสดงออกมา แล้วพูดว่า“ข้ารู้นะว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ ห้องนี้เป็นห้องสำหรับนอนสองคน อาบนํ้าและนอนต่างแยกย้ายกัน”เรือนรับรองสถานีจุดพักม้านั้นก็กว้างเท่านี้ องครักษ์คนอื่นต่างก็เบียดกันในห้องเดียวเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องจำยอมอย่างไม่มีทางเลือก ซูเจ๋อจึงได้มาพักห้องเดียวกับเฮ่อโยวเฉินเสียนกระแอม ปรับสีหน้าปกติ