งไรเธอนั่งทึ่งมึนงง ไม่ได้มองออกไปด้านนอกโดยทันทีเลยจนถึงตอนที่เธอได้ยินพูดถึงอะไร“ทูตเย่เหลียง ”“พระราชโองการมาที่นี่”คำพูดเหล่านี้ เธอก็ดีดตัวออกมาจากในรถม้าทันที โดยไม่ระมัดระวังเหยียบโดนกระโปรง เกือบจะล้มหัวคะมำลงมา ซวนเซอยู่ไม่กี่ก้าวถึงประคองร่างกายให้นิ่งได้เฉินเสียนหลุบตาขึ้นแล้วมองไป เห็นชายหนุ่มผู้ที่อยู่บนหลังม้าสวมชุดสีดำผมม้วนอยู่ทางด้านหลัง เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทาง เขาจับเชือกบังเหียนด้วยมือข้างเดียว มีท่าทางเรียบเฉย155
หัวหน้าองครักษ์ตรวจดูพระราชโองการ คุกเข่าลงต่อหน้ากีบม้าของเขาทันทีมือทั้งสองข้างถวายพระราชโองการด้วยความเคารพ องครักษ์คนอื่นๆรวมถึงชิงซิ่งก็คุกเข่าลงบนถนนหลวงซูเจ๋อรับพระราชโองการกลับคืนอย่างไม่รีบร้อน หลุบตาขึ้นช้าๆ มองห่างกันระยะหนึ่งกับที่เหล่าองครักษ์คุกเข่าอยู่นั้น ใช่เขามองดูเฉินเสียนที่กระโดดลงจากรถม้าอย่างรีบร้อนหน้าม้านไม่กล้าสบตานั่นเฉินเสียนรู้สึกว่าแสงอาทิตย์สาดส่องทิ่มแทงแยงตาเป็นอย่างมาก เธอพยายามหรี่ตา ถึงได้มองเห็นใบหน้ากับเค้าโครงของเขาอย่างชัดเจนความแคบยาวของดวงตาคู่นั้นราวกับภาพวาดพู่กันจีน ชุดสีดำดิ่งลง แขนเสื้อกวัดแกว่งแผ่กระจายนั้นในนาข้าวที่อยู่ด้านข้างเป็นคลื่นไหลพาดผ่านเขียวขจี ด้านหลังของเขาสิบลี้มีเขาหลายลูกเชื่อมต่อกันงดงามตระการตาเธอรู้สึกเลือนรางสลัวไม่เป็นความจริง นั่นเหมือนกับภาพวาดเลย มีเพียงเธอคนเดียวที่จมดิ