ซียงซั่นคิดว่านางจะได้รับความเห็นใจจากเฉินเสียนบ้าง กล่าวอย่างรักใคร่ผูกไมตรีอีกว่า“หม่อมฉันไม่เคยคิดจะเป็นศัตรูกับองค์หญิงเลยนะเพคะ หม่อมฉันก็หวังเช่นกันว่าองค์หญิงกับท่านแม่ทัพจะรักกันตลอดไปเพคะ หม่อมฉันคิดว่ามีเพียงองค์หญิงที่สามารถเป็นนายหญิงที่สมชื่อของจวนแม่ทัพเพคะ!”“เพราะว่าองค์หญิงให้โอกาสหม่อมฉันหนึ่งครั้ง ถึงมีหม่อมฉันในวันนี้เพคะหม่อมฉันจำได้มาโดยตลอดเพคะ ใจขององค์หญิงอาลัยคิดถึงท่านแม่ทัพ วันนี้ในใจของท่านแม่ทัพมีองค์หญิงแล้ว ถ้าหากจะทำให้องค์หญิงได้รับความรักจากท่านแม่ทัพ หม่อมฉันยินยอมที่จะทุ่มเทความพยายามเพื่อที่จะตอบแทนบุญคุณขององค์หญิงเมื่อก่อนนั้นเพคะ ”เฉินเสียนกล่าวถามเสียงเบาหวิวว่า“เจ้าก็เลยตอบแทนข้าเช่นนี้หรือ? เซียงซั่น เจ้าอยากจะพูดว่า ต่อให้ต้องใช้วิธีการที่ไม่อาจบอกผู้ใดได้ มันก็คือการหวังดีกับข้าใช่หรือไม่?”เซียงซั่นยืดตัวตรง สะอื้นกล่าวว่า“ใช่เพคะ”เฉินเสียนกล่าวออกมาด้วยความขำขันว่า“ผู้ที่อ่อนโยนไร้เดียงสา บางทีอาจจะถูกความตั้งใจดีของเจ้าทำให้เกิดความซาบซึ้งใจได้ แต่เจ้ารู้สึกว่าข้าเป็นผู้ที่อ่อนโยนไร้เดียงสาอย่างนั้นหรือ?”ระหว่างที่กล่าวอยู่ก็เข้าใกล้เซียงซั่นเรื่อยๆ สายตาโหดเหี้ยมอำมหิต “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ด้านหนึ่งเจ้าพูดคุยยุยงหลิ่วเหมยอู่ทำให้นางเกลียดชังข้า อีกด้านก็ต้องการใช้เรื่องข้าดีกันกับฉินหรูเหลียงกดหลิ่วเหมยอู่ เจ้าอาศัยความขัดแย้งของผู้อื