กนั้นจึงกล่าวว่า “ยื่นมือออกมาสิ”เฉินเสียนถาม “ทำไม”เขาหยิบยาขี้ผึ้งออกมาและใช้นิ้วเกลี่ยตัวยาขึ้นมาบางๆ จากนั้นจึงจับมือของเฉินเสียนไว้และทายาลงบนปลายนิ้วที่เพิ่งจับมีดแกะสลักของเธอ“ต่อไปนี้ท่านต้องจำเอาไว้ ไม่ว่าจะแกว่งหมัดหรือจับมีด หลังจากเสร็จกิจท่านต้องทายาขี้ผึ้งเสมอ ถ้าทำแบบนี้ผิวจะไม่ด้าน ร่องรอยจะลดน้อยลง”ทันใดนั้นเฉินเสียนก็ตระหนักขึ้นมาได้ “มิน่าเล่าข้าจึงเห็นว่าท่านมีฝีมือการต่อสู้ดีเยี่ยม แต่กลับยังมีมือที่ถือพู่กันได้อย่างชำนาญ”ถ้าหากมือของเขาหยาบกร้านเหมือนฝ่ามือของฉินหรูเหลียง ก็จะมองออกได้ง่ายว่าเขาเป็นคนที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ซูเจ๋อทามือให้เธอจนทั่วและกล่าวว่า “ต่อแต่นี้ไปทุกๆ กลางเดือนหากมีเวลาว่าง ข้าจะฝึกศิลปะการต่อสู้กับท่าน”เฉินเสียนถามว่า “หากจะฝึก ข้าหาหุ่นไม้มาฝึกก็ได้แล้ว ทำไมต้องฝึกกับท่านด้วย”914
เขาหรุบตาลงและเอ่ยว่า “ข้าอาจจะไม่ใช่ครูที่ดี แต่ข้าก็คุ้นเคยกับการสอนการบ้านผู้อื่น เอาละ เข้านอนเถอะ”เฉินเสียนนอนราบลงไปและเหลือบมองเขา เขาเองก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนเช่นกันเฉินเสียนหลับตาลง ไม่นานก็ผล็อยหลับไปนํ้าค้างด้านนอกหน้าต่างเริ่มหนาตาจนดูคล้ายกับชั้นนํ้าค้างแข็งบางๆเฉินเสียนถูกปลุกโดยซูเจ๋อในเช้าตรู่วันต่อมา ในเวลานั้นมีรถม้ามาจอดรอรับอยู่ที่ริมถนนแล้วหากกลับในเวลานี้พวกเขาทั้งสองคนยังพอจะทันเข้าเมืองเป็นกลุ่มแรกหลังจากอำลาคู่สามีภรรยาชรา เฉินเสียนจึงเดินส