ท่านไม่ใช่กำลังพักฟื้นร่างกายอยู่หรือ?”“แต่ข้านอนหลับไปครึ่งค่อนวัน”ซูเจ๋อพูดปลอบเธอ “ไม่เป็นไร อีกอย่างข้าไม่ได้รีบร้อนอะไร”ความเหนื่อยล้าของเฉินเสียนนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นความสดใสโอ้ ใช่ เธอต้องต่อสู้กับซูเจ๋อ ที่ซูเจ๋อมาพูดล้อเธอเฉินเสียนฝืนยืนขึ้น ยืดเส้นยืดสายร่างกาย ก่อนจะพบว่ามือที่ปวดอย่างกับไฟตอนนี้ไม่ปวดเลยแม้แต่นิด อีกทั้งรอยแดงนั้นก็ไม่มีแล้ว894
เฉินเสียนอารมณ์ดียืนมือไปทางซูเจ๋อ แล้วพูดว่า“ลุกขึ้น พวกเรากลับเข้าไปในป่าเมเปิ้ลต่อสู้กัน”ซูเจ๋อพูด “ได้เลย”เขาดึงมือของเฉินเสียนเพื่อจะลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ขยับเดิน ก็ล้มตัวลงไปทางเฉินเสียนเฉินเสียนช่วยพยุงเขาทันที แต่ร่างการที่เดินโซเซนั้น เดินไม่กี่ก้าวก็สะดุดกับต้นไม้ ซูเจ๋อก้มหน้าลงไปอยู่ไหล่ของเธอ กอดเธอไว้พอดิบพอดีเฉินเสียนถอนหายใจ อยากจะพูด ซูเจ๋อก็หายใจรดที่คอของเธอ แล้วพูดว่า“อย่าขยับ ขาข้าชา”“ ชาอะไรกัน ออกไป!”“ขาข้าชาจริงๆ เป็นหมอนให้กับท่านไม่ได้ขยับไปไหนเลย”แม้ซูเจ๋อพูดมีเหตุผลแบบนั้น ทำไมเธอถึงได้อดกลั้นความอึดอัดเอาไว้ไม่นาน ซูเจ๋อก็ยืนขึ้น ลุกออกจากตัวเธอ มองเห็นท่าทางของเธอ อดที่จะหัวเราะไม่ได้ถ้าเขายังกล้าหัวเราะต่อไป เธอจะโกรธเป็นแน่ซูเจ๋อพูด “ตอนนี้ข้าดีขึ้นมากแล้ว พวกเรากลับเข้าป่าเมเปิ้ลกัน”ระหว่างทางเฉินเสียนนั้นขยับข้อมือไปมา หวังว่ามันจะมีประโยชน์กลับมาเมื่อถึงป่าเมเปิ้ล ยังไม่ทันได้พูดอะไรกัน เฉินเสี