“ไม่นานมานี้ข้าบังเอิญได้ศึกษาพอดี จึงพอรู้บ้างนิดหน่อย”ซูเจ๋อหยอกล้อกับเจ้าน่องน้อยอยู่พักหนึ่งเหมือนอย่างเคย แม้ว่าเจ้าน่องน้อยจะหลับไปแล้วและไม่สนใจเขา เขาก็เล่นอยู่คนเดียวอย่างสนุกคึกคักอาจจะเป็นเพราะเจ้าน่องน้อยน่ารักมากๆ จนใครเห็นเป็นต้องเอ็นดู กับซูเจ๋อก็ไม่มีข้อยกเว้นสีหน้าของเขาอ่อนโยนมาก เขาถามขึ้น “หลังจากกลับมาแล้วยังร้องอีกไหม”เฉินเสียนตอบว่า “ได้ยินว่าเขาร้องไห้บ่อยมากตอนอยู่ในวัง แต่ข้าไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง เพราะพอกลับมาเขาก็ไม่เปล่งเสียงใดๆ อีกเลย”ซูเจ๋อกล่าวว่า “ตอนนี้ท่านก็วางใจได้แล้วว่าลูกชายไม่ได้เป็นใบ้”เฉินเสียนฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ เธอจึงเอ่ยว่า “ซูเจ๋อ คราวหน้าท่านช่วยเติมคำว่า ‘ของท่าน’ ไว้หลังคำว่า ‘ลูกชาย’ ได้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นคนจะเข้าใจผิดได้ง่ายๆ‘ลูกชายของท่านไม่ได้เป็นใบ้’ แบบนี้ฟังแล้วจึงค่อยถูกต้องหน่อย หรือไม่ท่านจะเรียกเขาว่าเจ้าน่องน้อยก็ได้”“คราวหน้าข้าจะระวัง” เขาลุกขึ้น “นี่ก็ดึกแล้ว ท่านกับเจ้าน่องน้อยรีบพักผ่อนเถิด ข้าไปละ”855
เฉินเสียนช่วยห่มผ้าให้เจ้าน่องน้อยและเงยหน้ามองแผ่นหลังของเขา เขาเพิ่งจะเดินไปถึงประตูและกำลังจะเปิดมันออก ทันใดนั้นเฉินเสียนก็เรียกเขาไว้ “ซูเจ๋อ”ซูเจ๋อหยุดเดินทว่าไม่ได้หันกลับมา เขาเพียงแต่ยกหางเสียงขึ้นเล็กน้อย ฟังแล้วรู้สึกเหมือนหัวใจถูกจั๊กจี้ด้วยขนนก “อาลัยอาวรณ์ข้ารึ”เฉินเสียนยิ้มตาหยี “ท่านไม่ได้โกหกข้าจริงๆ แล