การไม่เหมาะไม่ควร เวลาที่ควรจะไป เขาก็ไปอย่างเด็ดเดี่ยวและสง่างามเพียงพริบตาเดียว เฉินเสียนก็มองไม่เห็นเงาของเขาเสียแล้วเธอก้มลงมองขลุ่ยไม้ไผ่ในมือ รู้สึกเหมือนว่าซูเจ๋อได้เคาะประตูห้องของเธอและขลุ่ยไม้ไผ่นี้ราวกับว่ามันมีปีกบินมาอยู่ในมือของเธอแม่นมซุยป้อนเจ้าน่องน้อยอิ่มแล้ว เฉินเสียนจึงให้นางกลับห้องไปพักผ่อนเฉินเสียนนอนบนเตียงกับเจ้าน่องน้อย เจ้าน่องน้อยหลับอย่างสนิท มีเพียงเธอที่รู้สึกว่านอนไม่หลับเลยในมือของเธอยังคงถือขลุ่ยไม้ไผ่นั่น ใต้แสงไฟที่ละเอียดอ่อนและบางเบา เธอจับขลุ่ยไม้ไผ่ขึ้นมาเล่น มีความรู้สึกว่าของสิ่งนี้จับเล่นถนัดมือกว่าลูกดอกที่ซูเจ๋อเก็บมาให้ด้วยซํ้าลูกดอกที่วางอยู่ข้างเตียงนั่น เธอไม่ได้รู้สึกชอบมันเป็นพิเศษเลยแม้แต่น้อยเฉินเสียนยกขลุ่ยขึ้นมาดมกลิ่น บนขลุ่ยนั่นยังคงมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของซูเจ๋ออยู่เธอหลับตาพริ้ม ที่มุมปากของเธอเปื้อนรอยยิ้ม เป็นยิ้มเบาบางที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซํ้า776
เจอกันครั้งหน้า แล้วเมื่อไหร่กันนะ?จริงๆ แล้วเธอรู้สึกตื้นตันมาก ซูเจ๋อปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาที่เธออ่อนแอที่สุดตอนที่ซูเจ๋อโอบกอดเธอนั้น เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกบนตัวของเขาให้ความรู้สึกมั่นคงและพึ่งพิงได้อ้อมกอดนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีหญิงอื่นใดมาหยุดพัก แต่คงไม่มีหญิงคนไหนปฏิเสธได้หรอกมั้งเฉินเสียนเริ่มไม่แน่ใจ หากวันคืนนานเข้า ไปเสพติดเข้าแล้วจะทำยังไงดีซูเจ๋อคนผู้นี้