ินเสียนเอ่ยเบาๆ กับฉินหรูเหลียงว่า: “แม่ทัพฉิน เหมยอู่คนดีของท่านมาหาท่านแล้ว”ร่างของฉินหรูเหลียงสั่นไหว เขากำหมัดแน่นราวกับกำลังอดทนอยู่หลิ่วเหมยอู่ตัวอ่อนล้มลงกับลานจัตุรัสเป็นครั้งที่สองและยังลุกขึ้นมาแล้ววิ่งต่ออีก เธอร้องไห้อยู่กับพื้นอยากจะเข้าไปใกล้ฉินหรูเหลียงก็ถูกองครักษ์ด้านข้างดึงออกไปอย่างไร้ความปรานีหลิ่วเหมยอู่ร้องไห้อย่างกับดอกไม้จะไม่บานอีก ใบหน้ายุ่งเหยิงไปหมด ทั้งดิ้นรนทั้งมองดูร่างของฉินหรูเหลียงถูกโบยอย่างทุกข์ทรมานและได้เอ่ยวิงวอนขอร้องว่า: “หยุดโบยเถอะ……ข้าขอร้อง พวกท่านอย่างโบยเลย…..”หากแต่ไม่มีใครฟังนางพูดสักคำสายตาฉินหรูเหลียงมองตรงไปยังประตูหานอู่ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อเสียงร้องไห้ของนางเสียงร้องไห้ของหลิ่วเหมยอู่ฟังแล้วเหมือนเสียงร้องไห้โหยหวนของผีและหมาป่าที่อยู่ท่ามกลางสนามจตุรัส604
เฉินเสียนเอ่ยเบาๆ : “เจ้าต้องให้ทุกคนบนโลกรู้ว่าสามีของเจ้ากำลังถูกลงโทษใช่หรือไม่? ทั้งไม่ใช่การลงโทษที่โหดร้ายอย่างกับขูดรีดเนื้ออะไร แค่เป็นไม้พลองกับแส้ ถ้าแค่นี้เขาทนไม่ไหวจะดูเป็นผู้ชายแบบไหนกัน? ”หลิ่วเหมยอู่ชะงักไปแล้วเงยหน้าขึ้นมองเฉินเสียน ทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยคราบนํ้าตาและสายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองสายลมผัดผ่านมา สายตาเธอนั้นทำให้กระดูกสันหลังของคนอื่นเสียววูบแต่เฉินเสียนไม่กลัวสักนิด เผชิญกับสายตาของหลิ่วเหมยอู่โดยไม่เปลี่ยนสีหน้าและเอ่ยว่า: “เจ้าเอาแต่ร้อง