ฉินหรูเหลียงอยู่ที่สวนดอกพุดตานตลอดเวลา ฉินหรูเหลียงเห็นนางมีท่าทางทุกข์ใจ ก็มิอยากจากไปจนถึงคํ่าเมื่อกล่าวถึงวัยเด็ก หลิ่วเหมยอู่ก็ยิ้มทั้งนํ้าตากล่าวขึ้น “ตอนเด็กๆ ครอบครัวข้ามิได้โดดเด่น ถูกองค์หญิงข่มเหงอยู่เสมอ ตอนนั้นท่านแม่ทัพยืนหยัดปกป้องข้า” หลิ่วเหมยอู่มองฉินหรูเหลียงด้วยความเสน่หา “ต่อจากนี้ไปท่านแม่ทัพปกป้องเหมยอู่ต่อไปได้หรือไม่เจ้าคะ?”ฉินหรูเหลียงตอบ “ได้สิ ข้าจะปกป้องเจ้าตลอดไป”อย่างไรก็ตาม ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเฉินเสียนขึ้นมา จึงกล่าวขึ้น “วันนี้ข้าเพิ่งรู้ ว่าแมวตัวนั้นที่สวนสระวสันตฤดูตายไปแล้ว”หลิ่วเหมยอู่ชะงัก สีหน้าเศร้าสร้อย “เป็นไปได้อย่างไรเพคะ! แมวตัวนั้นน่ารักมากขนาดนั้น ตอนข้าส่งกลับไปมันยังมีชีวิตอยู่เลย เหตุใด……จู่ๆ ถึงตายล่ะเเจ้าคะ?”เห็นหลิ่วเหมยอู่มีการตอบสนองที่เศร้าใจ ฉินหรูเหลียงก็สบายใจขึ้น เอ่ยปลอบ “แม้แต่แมวนางก็เลี้ยงไม่ได้ด้วยซํ้า ตายไปแล้วจะโทษผู้ใดได้ เหมยอู่ ไม่ต้องเสียใจนะ”472
เฉินเสียนออกจากจวนแม่ทัพไป นั่งเกี้ยวนุ่มเปิดม่านด้านใน เห็นพระอาทิตย์ตกจมลงสู่หุบเขาเบื้องล่างสุดขอบฟ้า แสงเรืองรองน่าดึงดูดใจบนท้องฟ้าค่อยๆเลือนออกไปจากท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ในเวลานี้ไม่ร้อนเหมือนตอนกลางวัน เดินอยู่ในตรอกซอยแคบ ได้ยินเสียงจักจั่นในเรือนไหนสักแห่งร้องกันเซ็งแซ่เมื่อผ่านตรอกแคบนี้ มีผู้คนในซอยน้อยมาก อวี้เยี่ยนเดินข้างเกี้ยว เห็นเฉินเสียนมองออกมา ไม่ลืมท