ดินเสียหน่อย”พ่อบ้านกล่าว “บ่าวจะไปเตรียมตัวขอรับ”ช่วงนี้นายหญิงน้อยไม่มีความสุข ออกไปพักผ่อนหย่อนใจก็เป็นเรื่องปกติแค่ก่อนจะไป หลิ่วเหมยอู่ไม่ได้นำผู้คุ้มกันไปด้วย แค่นั่งเกี้ยวออกเดินทางนางกล่าวว่าแค่ออกไปเดินเล่นที่ถนนใกล้ๆ แล้วจะกลับคนแบกเกี้ยวสี่คนเป็นคนแข็งแรงมาก เมืองหลวงก็สงบสุข คงไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหรอกกระมังหลิ่วเหมยอู่ตรงไปที่หอไจซิน ต้องการขึ้นไปดื่มชากับทานของว่าง จึงให้คนแบกเกี้ยวไม่กี่คนรออยู่ล่างหอ และจิบชาสองสามหม้อเพื่อคลายร้อนเมื่อสอบถามแล้ว มีแขกท่านหนึ่งรอนางอยู่ที่ห้องส่วนตัวชั้นสองจริงๆ460
หลิ่วเหมยอู่เกิดอารมณ์ประหม่า เคาะประตูห้อง ทันทีที่คนเปิดประตูปรากฏตรงทางเข้า หลิ่วเหมยอู่เงยหน้าขึ้นมา นํ้าตาก็ไหลนองใบหน้า“เข้ามาคุยกันก่อนเถิด”หลิ่วเหมยอู่หันศีรษะไปกล่าวกับเซียงหลิง “เจ้าคอยเฝ้าอยู่ด้านนอก”ชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามหลิ่วเหมยอู่กำยำแข็งแกร่ง ใบหน้าคล้ายคลึงกับหลิ่วเหมยอู่มาก ทั้งสองดูเหมือนมีคำพูดนับพัน แต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดจากที่ใดผู้นี้คือพี่ชายของหลิ่วเหมยอู่ นามว่าหลิ่วเฉียนเฮ้อ“น้องสาว ช่วงหลายปีนี้……สบายดีหรือไม่?”หลิ่วเหมยอู่โผเข้าหาอ้อมกอดเขา ร้องไห้สะอึกสะอื้นกล่าวขึ้น “พี่ ข้านึกว่าท่าน……”หลิ่วเฉียนเฮ้อกล่าว “ผ่านไปตั้งหลายปี จนถึงปัจจุบันข้ายังมีชีวิตอยู่ แค่ตามหาเจ้าทุกที่ไม่เจอ ใช้ความพยายามอย่างมาก” เขาลูบผมของหลิ่วเหมยอู่ แล้วกล่าวขึ