ม่ต้องการออกไปจากจวนแม่ทัพด้วย…” ถ้าหากจักรพรรดิรู้ความลับของนาง นางก็คงจะถึงคราตายเข้าจริงๆฉินหรูเหลียงกอดหลิ่วเหมยอู่อีกครั้งอย่างชื่นใจ เขาลูบผมของเธอและพูดว่า“เหมยอู่ เจ้าเชื่อข้าไหมว่าชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่มีทางเข้าไปพัวพันกับเฉินเสียน ในอนาคต ข้างกายของข้าจะมีแต่เจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น”เมื่อได้ยินฉินหรูเหลียงพูดเช่นนี้ หลิ่วเหมยอู่จึงรู้สึกมีความสุขและหวามหวานในหัวใจอย่างสุดซึ้ง ไม่ว่าเฉินเสียนจะพยายามแค่ไหนเธอก็ไม่มีทางได้รับความรักจากฉินหรูเหลียงฉินหรูเหลียงรักนางเพียงคนเดียวเท่านั้นเพียงแต่หลิ่วเหมยอู่คิดไม่ถึงว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ฉินหรูเหลียงจะเป็นฝ่ายฝ่าฝืนคำมั่นสัญญาด้วยตัวของเขาเองเมื่อกลับมาถึงสวนสระวสันตฤดูได้ครู่หนึ่ง พ่อบ้านก็นำของจากในวังมาส่งให้ที่สวนสระวสันตฤดูหลังจากจดและตรวจดูรายการของเรียบร้อยแล้วนี่เป็นของขวัญที่จักรพรรดิประทานมาให้ แม้ฉินหรูเหลียงจะลำเอียงไปทางหลิ่วเหมยอู่ แต่เขาก็ฮุบของเหล่านี้ไปจากเฉินเสียนไม่ได้213
นอกจากอาหารบำรุงแล้ว ทางวังยังส่งผ้าแพรพรรณและเครื่องประดับมาด้วยทั้งหมดเป็นของที่ทำขึ้นเองอย่างประณีตงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเฉินเสียนให้อวี้เยี่ยนนำผ้าไปตัดชุดใหม่สำหรับพวกเธอทั้งสามคนที่อยู่ในเรือนนี้แม่บ้านจ้าวตามเธอไปและบ่นว่า “คราวหลังถ้าองค์หญิงจะเสด็จไปไหนอีกต้องบอกบ่าวด้วยนะเพคะ ถ้าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกบ่าวเองจะได้หาวิธีโต้ตอบได