เท่านั้นเฉินเสียนเหยียดหลังตรง ยืนอยู่อย่างภาคภูมิในโถงบุปผา เธอชายตาขึ้นเล็กน้อย จ้องตรงไปที่ฉินหรูเหลียงอย่างไม่หวั่นกลัว จากนั้นจึงกล่าวอย่างสบายๆราวกับกำลังพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ “ได้ยินว่าท่านเรียกหาข้า”ฉินหรูเหลียงมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้จึงยังรักษาท่าทีภายนอกให้สงบได้อีก!ไม่ว่าใครจะอยู่หรือตายนางก็ยังคงสงบอยู่ได้เสมอเป็นไปได้หรือที่นางจะไม่รู้ว่าตอนนี้เขาแทบจะอยากบีบคอนางให้ตายคามือบรรยากาศในโถงบุปผาทั้งอึมครึมและกดดัน ฉินหรูเหลียงกับเธอมองหน้ากันอยู่นาน ก่อนที่เขาจะเอ่ยด้วยคำพูดที่เย็นเยียบไปถึงขั้วกระดูก “เดิมทีข้าก็ไม่อยากทำให้ท่านลำบากใจ แต่เป็นท่านเองที่ไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด คุกเข่าลงซะ”เฉินเสียนขมวดคิ้ว “ว่าอย่างไรนะ”185
“ข้าบอกให้ท่านคุกเข่า”เฉินเสียนรู้สึกเหมือนได้ยินเรื่องตลก เธอเพียงแต่เอ่ยเบาๆ โดยที่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย “ท่านขอให้ข้าคุกเข่ารึ”ฉินหรูเหลียงหมดความอดทนและสั่งบ่าวที่อยู่ข้างๆ ว่า “ทำให้นางคุกเข่าลงซะ!”ถึงอย่างไรฉินหรูเหลียงก็เป็นผู้นำครอบครัว แม้ว่าเฉินเสียนจะเป็นองค์หญิงแต่คนเป็นบ่าวย่อมต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉินหรูเหลียงด้วยเหตุนี้บ่าวจึงเดินเข้าไปหาพร้อมถือไม้ไม้พลองในมือ กล่าวว่า “องค์หญิงโปรดทรงอภัย” พูดจบก็ยกไม้ขึ้นมาและเตรียมฟาดลงไปที่ขาของเฉินเสียนไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ทนรับแร