ยนก้าวเข้าไปหาหลิ่วเหมยอู่อย่างสุขุมและกล่าวว่า “มีกันสองคนยังจัดการข้าไม่ได้ ตอนนี้เอาไงดีล่ะ เหลือแค่เจ้าคนเดียวแล้ว”ริมฝีปากและร่างกายของหลิ่วเหมยอู่สั่นสะท้าน นางก้าวถอยหลังไปทีละก้าว“อย่าเข้ามานะ…”แขนเสื้อที่พลิ้วไหวบดบังมือของเฉินเสียนเอาไว้ เวลานี้เธอถือวัตถุสีดำก้อนหนึ่งไว้ในมือและทุบหัวเซียงซั่นด้วยสิ่งสิ่งนี้หลิ่วเหมยอู่เห็นแล้วว่ามันคือแท่นฝนหมึกสีดำ!จากนั้นหลิ่วเหมยอู่ก็ตระหนักได้ว่าตอนแรกที่จัดการกับเซียงซั่นเธอใช้มือเพียงข้างเดียว นั่นเพราะมืออีกข้างของเธอถือแท่นหมึกไว้ตลอด จนกระทั่งถึงตอนที่โจมตีเซียงซั่นครั้งสุดท้ายหลิ่วเหมยอู่หนาวยะเยือกไปทั้งตัวเฉินเสียนเตรียมพร้อมมาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนที่ได้ยินชื่ออวี้เยี่ยนหลุดออกมาจากปากของเซียงซั่น เธอไม่ได้เข้าไปในห้องเพื่อล้างมือ แต่เข้าไปหยิบแท่นฝนหมึกที่อยู่บนโต๊ะซึ่งถือได้ถนัดมือออกมา171
เธอไม่คิดจะปรับความเข้าใจ ไม่ได้คิดจะมาแก้ไขเรื่องบุญคุณและความแค้นนี้อย่างสันติ“ท่านจะทำอะไร… ท่านแม่ทัพไม่ปล่อยท่านไปแน่…” หลิ่วเหมยอู่หวาดกลัวถึงขีดสุดเฉินเสียนยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ชัดเจนและเยือกเย็น “แม่ไก่อ่อน เมื่อครู่นี้ยังจองหองอยู่เลยไม่ใช่หรือ ตอนที่คิดจะทำแบบนี้เคยคิดหรือเปล่าว่าข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป ระดับการลงโทษเล็กๆ น้อยๆ ของข้าอาจจะไม่เหมือนกับเจ้า มันจะทำให้เจ้าจดจำขึ้นใจไปตลอดชีวิต”“ท่านอย่าเข้ามานะ!” หลิ่วเหมยอู่แทบจะเสียสติ “