ามทาง เธอหรี่ตาท่ามกลางแสงแดดจ้าและเดินตามเซียงซั่นไปชายกระโปรงพลิ้วไหวราวกับดอกบัวที่ผลิบานเซียงซั่นไม่ได้พาเธอไปที่สวนดอกพุดตานและไม่ได้พาไปในที่ที่หลิ่วเหมยอู่มักจะไปบ่อยๆมีอีกหลายที่ในจวนแม่ทัพที่เฉินเสียนยังไม่เคยไป ยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นสวนเล็กๆ ที่ถูกทิ้งร้างไม่มีใครดูแลจนหญ้าขึ้นรกทั้งคู่เดินผ่านทางเดินแคบๆ และอ้อมเถาเขียวขจีของต้นมะลิเหมันต์ออกมาถึงที่ที่โล่งกว้างกว่าเดิมเฉินเสียนขมวดคิ้ว ทันใดนั้นเธอก็เห็นหลิ่วเหมยอู่ซึ่งแต่งกายอย่างงดงามยืนอยู่ข้างสระนํ้าขนาดเล็ก ทว่าไม่มีแม้แต่เงาของอวี้เยี่ยนหลังจากเดินเข้ามาใกล้ เฉินเสียนก็ถามเข้าประเด็นว่า “อวี้เยี่ยนอยู่ที่ไหน”หลิ่วเหมยอู่หันมาและยิ้มอย่างอ่อนหวาน “องค์หญิงวางพระทัยได้ นางสบายดี”“นางอยู่ไหน”หลิ่วเหมยอู่กล่าวเนิบๆ ว่า “หม่อมฉันได้ยินพวกบ่าวพูดกันว่าอวี้เยี่ยนมักจะทำตัวกร่างและดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น ในฐานะผู้ดูแลจวนแม่ทัพหม่อมฉันจึงต้อง166
จัดการทุกอย่างอย่างยุติธรรม ต้องทำตามข้อเรียกร้องของบ่าวและลงโทษนางเล็กน้อยเพคะ”แววตาของเฉินเสียนเต็มไปด้วยความสงบ ไม่มีความหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยเมื่อถูกจ้องตรงๆ หลิ่วเหมยอู่จึงเริ่มรู้สึกขลาดกลัวขึ้นมาแต่ไม่ง่ายเลยกว่านางจะหลอกล่อเฉินเสียนมาที่นี่ได้ นางถอยไม่ได้อีกแล้วเฉินเสียนถามว่า “เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาลงโทษนาง”หลิ่วเหมยอู่สงบสติอารมณ์และเอ่ยว่า “ขอเพียงพระองค์ไม่มาย