ส่งปีกภาพเขียนของเฉินเสียนให้เขาเขาพลิกดูมันช้าๆ เสียงพลิกแผ่นกระดาษดังขึ้นในห้องที่เงียบสงบอย่างต่อเนื่อง รอยถ่านสีดำบนกระดาษยิ่งขับให้นิ้วที่ละเอียดอ่อนของเขาดูขาวราวกับต้นหอม“อาเสียนเป็นคนวาดภาพเหล่านี้รึ”“ขอรับ”“ดูมีเอกลักษณ์เป็นพิเศษ” เมื่อเขาอ่านจบเขาก็ส่งมันคืนให้เหลียนชิงโจวโดยพูดเน้นตอนท้ายประโยคเล็กน้อย “ต่อไปเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่ต้องถามความเห็น160
ของข้าก็ได้ ถ้ามันเป็นความต้องการของนาง ตราบใดที่มันไม่น่าเกลียดจนเกินไปเจ้าก็ตามใจนางไปเถอะ ”เหลียนชิงโจวเงียบไปก่อนจะเอ่ยอย่างไม่รู้ว่าควรยินดีหรือเสียใจ “ตั้งแต่องค์หญิงได้สติกลับมานิสัยของพระองค์ก็เปลี่ยนไปมาก ถ้าหากท่านอาจารย์ยังปล่อยให้ทำเช่นนี้ต่อไปโดยไม่ห้ามปราม ไม่ช้าก็เร็วองค์หญิงคงจะเหลวไหลมากขึ้น อวี้เยี่ยนเล่าให้ฟังว่าตอนนี้องค์หญิงกล้าที่จะตบสู้ท่านแม่ทัพแล้วนะขอรับ”“หือ?” ผู้ที่อยู่หลังม่านชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ทว่าสิ่งแรกที่เขาสนใจคือ“ตบไปแล้วงั้นหรือ”เหลียนชิงโจวอับอายจนเหงื่อตกและกล่าวว่า “ตบแล้วขอรับ นางตบฉินหรูเหลียงเต็มแรงแล้วถีบเขาซํ้า ฉินหรูเหลียงพยายามจะตอบโต้ แต่องค์หญิงก็จ่อมีดไว้ที่หน้าอกของเขาแล้ว องค์หญิงในตอนนี้ไม่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไป กลายเป็นคนที่จ้องแต่จะแก้แค้น ถ้าหากทำให้ไม่พอใจพระองค์อาจจะเผาจวนแม่ทัพเลยก็เป็นได้”ริมฝีปากของชายหนุ่มที่อยู่หลังม่านโค้งขึ้นจนเกิดเป็นรอยยิ้ม “นางน่าจะดุดันก