ขยำสาสน์ลับในมือแล้วโยนลงบนโต๊ะ ยิ้มอย่างมีเลศนัยขึ้นแล้วกล่าวว่า “คิดจะใช้กลยุทธ์จักจั่นลอกคราบ[2]มาเล่นงานข้างั้นรึ น่าโมโหชะมัด!
ผู้คนตรงนั้นต่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
สิบห้านาทีหลังจากนั้น ฮ่องเต้บันดาลโทสะ พลางชี้นิ้วออกไปทางด้านนอกวัง ตะโกนขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดว่า “สั่งการลงไปให้จับตัวทั่วป๋าอวิ๋นจีกลับเมืองหลวงบัดเดี๋ยวนี้ หากนางขัดขืน ให้สังหารได้เลย!”
สาสน์ลับจากราชสำนักโม่เป่ยกล่าวว่า ทั่วป๋าไหวอันมาถึงแคว้นโม่เป่ยตั้งแต่หกวันก่อนแล้ว และยังติดต่อกับชนเผ่าตรงชายแดนเฉ่าหยวนที่ยอมอยู่ใต้อำนาจโม่เป่ยอย่างลับๆ ด้วย เพราะกำลังคนของเขาลงมือเร็วมาก จึงฮุบทั้งราชสำนักมาได้ ในขณะเดียวกันนั้นเองยังสั่งกักบริเวณพระชายาอ๋องโม่เป่ยโทษฐานลอบทำร้ายซื่อจื่อ และยังสั่งฆ่าทหารจำนวนหนึ่งหมื่นนายที่พระชายาอ๋องโม่เป่ยซื้อตัวไว้อีกด้วย
สถานการณ์ชายแดนโม่เป่ยเฉ่าหยวนนั้นแสนสาหัสนัก เดิมทีประชากรก็น้อยอยู่แล้ว การสังหารหมู่ที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบสามร้อยปีที่แคว้นโม่เป่ยได้ก่อตั้งอาณาจักรขึ้นมากเลย
เดิมทีการตายของซื่อจื่ออ๋องโม่เป่ย และท่าทีอยากกระหายในการลอบทำร้ายขององค์ชายที่เหลือก็ทำให้เขาตกใจอยู่แล้ว ภายในเวลาค่ำคืนเดียวสิ่งที่ฮ่องเต้กังวลมากที่สุดก็ได้เกิดขึ้นโดยที่หยุดยังไงก็หยุดไม่ได้แล้ว…
ถึงแม้อ๋องยังมีชีวิตอยู่ แต่อำนาจในการตัดสินใจทั้งหมดกลับตกอยู่ในม