นนั้นเป็นผู้แทนพระองค์ถ่ายทอดคำกล่าวของหลัวฮองเฮา กล่าวปลอบใจคนบ้านสกุลซูได้สองประโยค ก็ต้องรีบกลับไปเข้าเฝ้าฮองเฮาต่อ
ในระหว่างที่นางพูดอยู่ หลัวอวี่ก่วนที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านข้าง ก็เอ่ยปากพูดขึ้นว่า “คนตายมิอาจฟื้นคืนชีพได้ ขอแสดงความเสียใจกับซูซื่อจื่อด้วยนะเจ้าคะ!”
ระหว่างที่พูดนั้นนางก้มหน้าตลอด คนอื่นอาจไม่สังเกตเห็น แต่คนในเหตุการณ์ทั้งสองคนต่างรู้ดี…
นางตั้งใจเลี่ยงไม่สบตากับซูหลิน
ซูหลินปรายตามองนางอยู่หลายครั้ง แต่ไม่กล้าแสดงออกมากไปจนผิดสังเกต
แต่นางสนองพระโอษฐ์คนนั้นไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ พลันหันไปคุยหลัวอวี่ก่วนว่า “คุณหนูหลัวอวี่ก่วน ท่านจะกลับไปจวนกั๋วกงมิใช่รึ? ให้ข้าไปส่งท่านก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวเราต้องรีบกลับเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮองเฮาอีก!”
“ได้!” หลัวอวี่ก่วนรีบขานตอบ ราวกับว่าอยากรีบหนีออกจากที่นี่ให้ได้เสียที
แววตาของซูหลินส่องประกายขึ้น พลางเดินขึ้นหน้าไปคุยกับนางสนองพระโอษฐ์ผู้นั้นอย่างใจเย็น “เจ้ารีบกลับวังไปเข้าเฝ้าฮองเฮาก่อนเถิด เดี๋ยวข้าเรียกให้คนไปส่งแม่นางหลัวอวี่ก่วนกลับเอง!”
หลัวอวี่ก่วนตกใจ เงยหน้าขึ้นรวดเร็ว มองไปที่เขาอย่างนึกไม่ถึง รีบพูดปัดปฏิเสธขึ้นว่า “ไม่ต้อง ข้า…”
น้ำเสียงนั้นอ่อนแรง เห็นได้ชัดว่าไม่มั่นใจ
ซูหลินราวกับยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้มปรายตามองนางหนึ่งที
หลัวอวี่ก่วนสะดุ้งตกใจ แล้วค่อยก้มหน้าก้มตาลงอย่างอึดอัดอีกครั้ง
นางสนองพระโอษฐ์ผู้นั้น