อุตส่าห์ได้ออกจากวังมาทั้งที ก็อยากหาเวลาปลีกตัวไปทำธุระส่วนตัวบ้าง แต่กลับไม่ได้อย่างที่หวัง เมื่อเห็นว่าหลัวอวี่ก่วนไม่แสดงท่าทีคัดค้าน นางจึงยิ้มแล้วพูดกล่าวขอบคุณกับซูหลินว่า “หากเป็นเยี่ยงนั้นก็ขอรบกวนซูซื่อจื่อด้วยนะเจ้าคะ!”
ซูหลินพยักศีรษะเล็กน้อย แล้วเรียกพ่อบ้านให้ออกไปส่งนาง
ส่วนท่าทางของหลัวอวี่ก่วนเห็นได้ชัดว่ากระวนกระวายใจมากแค่ไหน นางไม่กล้าแม้แต่จะสบตามองซูหลินตรงๆ ด้วยซ้ำ
ซูหลินมองนาง แล้วพูดขึ้นว่า “ไปกันเถอะ!”
เมื่อพูดจบเขาก็เดินนำออกไปด้านนอก
หลัวอวี่ก่วนเงยหน้ามองแผ่นหลังของเขาอย่างร้อนรนใจ ลังเลอยู่ชั่วขณะ ถึงค่อยกัดฟันยอมเดินตามไป
ซูหลินเดินนำอยู่เบื้องหน้า ฝีเท้าของเขาปกติดีไม่เร็วไปไม่ช้าไป
หลัวอวี่ก่วนก้มหน้าเดินตามอยู่ด้านหลังอย่างไม่มั่นใจ เดินอ้อมระเบียงทางเดินจากนั้นเดินทะลุสวนดอกไม้ไป ยิ่งนางเดินไปก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ นางหยุดฝีเท้าลงแล้วหันมองไปรอบทิศ จู่ๆ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด นางไหวตัวทันแล้วพูดขึ้น “นี่มัน…นี่มันไม่ใช่ทางออกจากจวนนี่”
ซูหลินหันหลัง
หลัวอวี่ก่วนรู้สึกตัวได้แล้วจึงถอยหลังไปหนึ่งก้าว
แต่เขากลับเดินเข้ามาหา แล้วยิ้มพูดขึ้นอย่างไม่สนใจว่า “แล้วใครบอกเจ้าล่ะว่านี่เป็นทางออกจากจวน?”
ใบหน้าของหลัวอวี่ก่วนซีดขาว หันหลังจะวิ่งหนี แต่กลับโดนซูหลินคว้าข้อมือเอาไว้ แล้วดึงตัวนางกลับมา
หลัวอวี่ก่วนกระวนกระวายใจ พยายามปัดมือ