ของเขาออกพลางมองไปรอบทิศอย่างร้อนใจ “ซื่อจื่อปล่อยมือข้านะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น…”
“กลัวอะไรเล่า? ที่นี่คือจวนซูนะ แค่ข้าบอกว่าพวกมันมองไม่เห็น พวกมันก็มองไม่เห็นแล้ว!” ซูหลินกล่าว พลางออกแรงดึงตัวนางเข้ามาใกล้อีก
หลัวอวี่ก่วนเซไปมา จึงชนหน้าอกของเขาอย่างจัง จากนั้นรีบยกมือขึ้นผลักเขาออก ไม่รู้ว่าเพราะอับอายหรือโมโหกันแน่ หน้าของนางแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า
อย่างไรก็ตามเรี่ยวแรงของนางมีขีดจำกัด ทำอะไรซูหลินไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
พยายามอย่างไรก็ไม่เห็นผล หลัวอวี่ก่วนยิ่งร้อนรน เงยหน้ามองเขาแล้วพูดว่า “ซื่อจื่อ พวกเราตกลงกันแล้วนี่ว่าหลังจากนี้จะต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่มย่ามกับอีกฝ่าย ท่านปล่อยข้าก่อน หากมีคนมาเห็นเข้าจะไม่ดี!”
“ที่แท้เจ้าก็ยังจำได้อยู่นี่!” เมื่อซูหลินได้ยินดังนั้น เขายิ้มออกมาอย่างสบายใจ เขามีเรื่องอยากจะพูดอีก แต่เมื่อเห็นน้ำตาของนาง เขาก็ใจอ่อน เลยลากนางเข้าไปในห้องนอนสำหรับแขกที่อยู่ด้านข้าง
หลัวอวี่ก่วนโดนเขาลากไปจนเดินเซ เมื่อเข้ามาในห้อง ตรงหน้ามีแต่ความมืด นางรู้สึกกลัว กำลังจะหันหลังผลักประตูออกไป
แต่ซูหลินไวกว่า เขายกมือปิดประตูบานนั้นลง
หลัวอวี่ก่วนตัวสั่น ผลักมือของเขาออกอย่างสะเปะสะปะ พลางพูดขอร้องว่า “ไม่เอานะเจ้าคะ พวกเราตกลงกันแล้วนี่ ซูซื่อจื่อ ท่านรับปากข้าแล้วนี่”
“ทำไม? แค่นี้ก็แปรพักตร์ทำเหมือนคนไม่รู้จักแล้วรึ?” ซูหลินหยุดลง จู่ๆ ในแววตาของเขาก็เผยให้เห็นถึงร