งทั้งเตะทั้งดิ้นอย่างแรง ตกใจสะบัดแขนขึ้นจนเล็บขูดคอของซูหลินเป็นแผลยาวจนเลือดออก
ซูหลินตกใจจนชะงักลง เขาหยุดนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา จ้องมองไปที่นางอย่างโหดเหี้ยม
หลัวอวี่ก่วนรีบเก็บเสื้อผ้าแล้วเขยิบไปด้านในสุดของเตียงด้วยสายตาหวาดกลัว
ซูหลินมองนางอย่างเย็นชา พูดเยาะเย้ยขึ้นว่า “ที่เจ้าทำไปก็เพื่อหลอกใช้งานข้าเองงั้นหรือ? แล้วเจ้าคิดว่าเรื่องจะจบลงง่ายๆ หรือไง? คิดจะทรยศตอนนี้มันเร็วไปหน่อยหรือเปล่า? หากข้าต้องการฆ่าปิดปากคนจริง ตอนนี้ข้าก็ทำได้”
หลัวอวี่ก่วนกัดริมฝีปากล่าง เผชิญหน้ากับการข่มขู่ที่โหดเหี้ยมของเขา จู่ๆ นางก็ยิ้มออกมาอย่างเศร้าโศกเสียใจ
“หากซูซื่อจื่อคิดเปลี่ยนใจ ก็ลงมือฆ่าข้าเสียเถิด!” หลัวอวี่ก่วนกล่าว เช็ดน้ำตาอย่างแรง แล้วหยิบเสื้อผ้าคลานลงไปที่ข้างเตียง
ซูหลินเห็นนางสภาพเยี่ยงนี้เข้าก็ขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นเอื้อมมือออกไปจับข้อมือของนางไว้
หลัวอวี่ก่วนพยายามสะบัดออก แต่สุดท้ายก็ดิ้นไม่หลุดและล้มกลับไปบนเตียงอีกครั้งอย่างยอมแพ้
ทั้งสองคนนั่งอยู่ด้วยกันภายใต้ความเงียบ
“ซื่อจื่อ ทำแบบนี้ท่านเคยคิดถึงข้าบ้างไหม?” เวลาผ่านไปนานนัก หลัวอวี่ก่วนถึงได้เอ่ยปากเยาะเย้ยตัวเองขึ้นอย่างช้าๆ ด้วยแววตาเสียใจ “ข้าน่ะกลัวตายจริงๆ แต่การร่วมมือกับคนอื่นไปโดยที่รู้ว่าเรื่องนั้นจะไม่สำเร็จ ในอนาคตข้างหน้าหากความลับถูกเปิดเผยขึ้นมา อย่างไรข้าก็ต้องตายอยู่ดี อีกทั้งยังต