ต่ลึกๆ แล้วพวกเขาระมัดระวังทุกอย่างต่างหาก กลัวว่านางโกรธแค้นจางอวิ๋นเจี่ยน แล้วทำอะไรที่เป็นภัยต่อสกุลจางขึ้นมา
แต่ท่าทางและอารมณ์ของนางกลับนิ่งสงบเป็นอย่างมาก ถึงแม้นางจะไม่สนใจไยดีจางอวิ๋นเจี่ยน แต่นางก็ไม่เคยทำเรื่องลามปาม ถือได้ว่ายังเป็นมิตรต่อผู้คนทั้งน้อยและใหญ่ในตระกูลจางอยู่
จางอวิ๋นอี้ถอนหายใจขึ้นในใจ พูดปลอบไปว่า “น้องรองเป็นแบบนี้ คงทำให้ท่านหญิงลำบากใจแย่เลย!”
ฉู่หลิงอวิ้นชายตามองเขาเป็นนัยว่าไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ จากนั้นตั้งใจเบี่ยงประเด็นไปว่า “ทำไมซื่อจื่อถึงมาเองแบบนี้เล่าเจ้าคะ มีข้ารับใช้อยู่กับข้าตั้งหลายคน เดี๋ยวไม่นานพวกเราก็กลับไปแล้วแท้ๆ!”
“ช่วงนี้ในเมืองมีเรื่องวุ่นวายเยอะ ท่านแม่ไม่วางใจที่ปล่อยให้พวกท่านเดินทางกันโดยลำพัง เลยใช้ให้ข้ามาดูน่ะขอรับ” จางอวิ๋นอี้กล่าว “ข้าเองก็ต้องผ่านมาทางนี้อยู่แล้ว จึงแวะเข้ามา”
“ลำบากซื่อจื่อแล้วเจ้าค่ะ” ฉู่หลิงอวิ้นก้มศีรษะเล็กน้อยแสดงความขอบคุณ จากนั้นเบนสายตากลับไปอีกครั้ง
อารมณ์ช่างเย็นชา แต่ก็เป็นมิตร
จางอวิ๋นอี้แอบรู้สึกว่า…
ไม่แน่พวกเขาอาจจะคิดมากเกินไป ฉู่หลิงอวิ้นแค่ไม่ชอบหน้าจางอวิ๋นเจี่ยนก็เท่านั้น ไม่ได้คิดอยากจะเอาความแค้นในใจมาปลดปล่อยใส่คนอื่นในสกุลจางเสียหน่อย
ฉู่หลิงอวิ้นไม่เอ่ยปากพูดเขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีก ผ่านไปได้สักพัก ข้ารับใช้สองคนก็กึ่งลากกึ่งดึงจางอวิ๋นเจี่ยน ออกมาจากด้านใน
ฉู่หลิงอวิ้นชายตาม