้า…”
ฉู่ฉีเหยียนหันปรายตามองนางด้วยแววตานิ่งเฉย จากนั้นเบนสายตามองไปทางอื่น
ร่างกายของซิ่งเอ๋อร์สั่นไปทั่วทั้งตัว พยายามมองไปทางอื่นไม่มองศพที่อยู่ด้านข้าง พลางพยุงเตี่ยนชุ่ยให้ลุกขึ้นยืน
เตี่ยนชุ่ยพยายามฝืนดึงสติกลับมา แล้วย่อเข่าถวายความเคารพฉู่ฉีเหยียนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน
หลี่หลินช่วยสาวใช้ที่ร่างกายเต็มไปด้วยดินโคลนขึ้นมา
สาวใช้คนนั้นทั้งหนาวทั้งตกใจจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายพูดขึ้นว่า “ซื่อจื่อ… ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยไม่กล้าทำแบบนี้อีกแล้ว ขอร้องด้วยเถิดเจ้าค่ะ โปรดให้อภัยแก่ข้าด้วย! ซื่อจื่อ โปรดเห็นใจไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย!”
ฉู่ฉีเหยียนหันหลังเดินเข้าไปในเรือน ไม่ชายตามองนางแม้แต่น้อย พลางพูดกับหลี่หลินว่า “จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อยซะ!”
“ขอรับ ซื่อจื่อ!” หลี่หลินขานตอบอย่างขึงขัง จากนั้นเรียกทหารนำศพของจางเสียงออกไป แล้วสั่งให้คนพาตัวสาวใช้คนนั้นไปแล้วจับตาดูเอาไว้ รอวันพรุ่งนี้ค่อยเอาตัวนางไปขายทิ้ง
เมื่อจัดการเรื่องภายนอกเสร็จหมดแล้ว เขาเดินกลับเข้ามาในเรือนรอคำสั่งจากฉู่ฉีเหยียนต่อ
ประตูเรือนของฉู่ฉีเหยียนถูกชนจนพังเสียหาย เขาไม่ได้สนใจ ปล่อยให้ประตูบานใหญ่เปิดกว้างอยู่แบบนั้น แล้วนั่งดื่มชาอยู่กลางห้องโถงอย่างเย็นชา
“เก็บกวาดเรียบร้อยแล้วรึ?” เมื่อเขาเห็นหลี่หลินเดินเข้ามา ก็เหล่ตามองถามขึ้น
“เป็นเพราะข้าน้อยดูแลได้ไม่ทั่วถึงเอง” หลี่หลินรีบค