ุ้งซ่าน สายตามองทางอื่นอยู่ตลอดเวลา ระหว่างที่ใจลอยนั้นนิ้วมือก็สัมผัสโดนชาในถ้วย
“ระวัง!” หลัวอวี่ก่วนร้องเสียงต่ำ รีบควักผ้าเช็ดหน้าออกมา จับนิ้วมือเขาเช็ดอย่างละเอียด
ระหว่างที่สัมผัสผิวของกันและกัน นิ้วก้อยของนางเหมือนปัดผ่านฝ่ามือของซูหลินเบาๆ อย่างไม่ตั้งใจ
ความรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่านแล่นไปทั่วร่างในพริบตา กล้ามเนื้อทั้งตัวของซูหลินแน่นตึง จนข่มกลั้นไม่ได้อีกต่อไป เขาพลิกมือมาจับนิ้วมือของนางไว้ แล้วดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด
หลัวอวี่ก่วนก้มหน้ามองต่ำ ซบกับอกเขา นางก้มหน้าไม่พูดไม่จาอย่างเขินอาย ท่าทางขวยเขินปนประหม่านั้นยิ่งเพิ่มเสน่ห์เย้ายวน
ซูหลินโอบเอวกักตัวนางไว้ แม้ใจนางอยากปฏิเสธแต่ก็ส่งเสียงครางตอบรับ
ปฏิกิริยาตอบสนองที่เบาบางนี้ทำให้ซูหลินโยนสติที่เหลือเพียงน้อยนิดทิ้งไปทันที เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว และโอบนางให้นอนลงบนเตียงที่แกะสลักจากงาช้างด้านใน
ริมแม่น้ำชั้นล่างลมเหนือพัดหวีดหวิว อากาศหนาวแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก
เหล่าองครักษ์วิ่งไปวิ่งมา มองไปทั่วบริเวณแล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มลงมือจากตรงไหน หาตั้งนานแล้วก็ยังไร้ผล จึงจำเป็นต้องฝืนใจกลับไปรายงานข่าวกับซูหลิน แต่พอขึ้นมาถึงชั้นบนกลับได้ยินเสียงกระซิบอ่อนโยนและเสียงหอบหายใจอันแผ่วเบาดังมาจากในห้องนั้น ถึงแม้จะรู้ว่าไม่เหมาะสม แต่ใครจะกล้าเข้าไปขัดจังหวะเจ้านาย ดังนั้นจึงรีบย่องออกไปดีกว่า และลัดเลาะตามแม่น้ำค้นหาซูหว่านต่อไ