ั้นเอาไว้ แต่ถึงเป็นแบบนี้ก็ยังไม่ช่วยสักนิด
“ซื่อจื่อ ข้าไม่ได้อยากทำร้ายท่านหญิงซูจริงๆ เจ้าเชื่อข้าเถอะ!” หลัวอวี่ก่วนกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือ
ถึงจะมีเสื้อผ้ากั้นก็ยังรู้สึกถึงความร้อนของร่างกายอีกฝ่ายที่ส่งผ่านมาอย่างเบาบาง
“ลุกขึ้นมา!” ซูหลินบังคับระงับอารมณ์ของตนเอง และก้มตัวลงไปประคองนาง เพราะพยายามควบคุมตนเองให้ได้ เสียงจึงฟังดูอึดอัดและแข็งกระด้างอย่างเห็นได้ชัด
สองมือหลัวอวี่ก่วนเกาะแขนเขาไว้ นางพยุงตัวขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ใบหน้าซีดเซียวและงดงามย้อมด้วยแสงสว่างจากเทียนในห้องกลับยิ่งสวยจับใจ นางเรียกอย่างไม่สบายใจ “ซูซื่อจื่อ!”
ซูหลินลูกกระเดือกสั่น เขาฝืนเบี่ยงเบนความสนใจไปมองอย่างอื่นใกล้ตัว แล้วหันไปปิดหน้าต่างด้านหลังที่เปิดกว้างอยู่ครึ่งบาน
ลมหนาวพลันหยุดพัด เวลานั้นความร้อนรุ่มแปลกๆ ที่ซ่อนอยู่ในร่างกายก็ทะลักออกมาราวกับจะพุ่งทะยานถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
อาหารว่างและน้ำชาในห้องนี้ถูกซูหว่านวางยาไว้หมดแล้ว ซึ่งเดิมทีเตรียมไว้ให้ฉู่สวินหยาง เรื่องนี้หลัวอวี่ก่วนรู้ดีอยู่แก่ใจ
แต่ตอนนี้เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ นางก็ไม่มีทางอื่นให้เลือกเดินแล้ว จึงกัดฟันรินชาอีกถ้วยให้ซูหลิน แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “เมื่อครู่ขอบคุณซื่อจื่อมากที่ช่วยเหลือ!”
นางก้มหน้าลงต่ำ เปิดเผยผิวบริเวณคอที่เกลี้ยงเกลาเหมือนเครื่องลายครามอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ซูหลินค่อยๆ ยกมือรับชาถ้วยนั้น ขณะเดียวกันจิตใจกลับฟ