ะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที
ซูหว่านมองตามสายตาของเขาไป แล้วมุมปากก็ยกยิ้มอย่างเย็นชาว่า “ผู้หญิงคนนั้นก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับจวนอ๋องหนานเหอของพวกเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ใช่หรือ? ใช้โอกาสนี้กำจัดนางไปเลยทีเดียว ถึงเวลานั้นฮองเฮาก็จะออกหน้าเพื่อหลัวอวี่ก่วน พี่ชายข้าก็ต้องไม่ยอมวางมือแน่ พอเรื่องวุ่นขึ้นมา เจ้าก็นั่งดูทั้งสองฝ่ายสู้กันจนเพลี่ยงพล้ำทั้งคู่ แล้วค่อยตักตวงผลประโยชน์”
นางพูดอย่างอวดดีและเริ่มลืมตัว ฉวยโอกาสตอนที่เขากำลังครุ่นคิดอย่างเหม่อลอยลองเขยิบเข้าไปใกล้เขาอีก นางจับมือของเขาไว้พลางรวบรวมความกล้าเข้าไปกระซิบใกล้เขา แล้วพึมพำอย่างรีบร้อนว่า “ช่วยข้าด้วย พาข้าไป ชื่อเสียงและฐานะจอมปลอมเหล่านี้ข้าไม่ต้องการสักนิด เพียงแค่เจ้าให้ตำแหน่งที่เหมาะสมกับข้า ให้ข้าได้อยู่ข้างกายเจ้า”
สายตาของฉู่ฉีเหยียนจับจ้องบานประตูที่ปิดสนิทบนชั้นสอง ราวกับกำลังคิดทบทวนอะไรบางอย่าง ตอนที่กำลังเหม่อลอยก็ได้กลิ่นหอมของชาดที่ใช้ทาแก้มให้แดงและแป้งโชยมาตามสายลมอย่างเบาบาง
ในใจเขารู้สึกรังเกียจ จึงถอยหลบออกไปด้านข้างอย่างเยือกเย็น
ซูหว่านคว้าน้ำเหลว จึงอดหน้านิ่งไปไม่ได้ นางกัดริมฝีปากมองเขาอย่างโมโหและแค้นใจ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนว่า “ซื่อจื่อ ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้า เจ้าก็รู้มาโดยตลอด ตอนนี้ก็มีแต่เจ้าเท่านั้นที่ช่วยข้าได้”
นางเอ่ยพลางหลับตาลงอีก แล้วเขยิบเข้าไปใกล้
ซูหว่านกักขังฉู่สวินหยางหรือ?
เร