ื่องนี้ยังไงก็ฟังไม่ขึ้น ตามหลักแล้วฉู่สวินหยางน่าจะหลอกเขามาที่นี่ก่อน ซึ่งก็พอจะเห็นว่านางเตรียมแผนป้องกันตัวมาตั้งแต่แรก
ในสถานการณ์แบบนี้ นางจะถูกซูหว่านทำร้ายได้ยังไง?
หากอยู่แบบนี้ต่อไปอีกต้องแย่แน่!
ฉู่ฉีเหยียนถอนหายใจออกมา พอตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้วก็ลุกขึ้น ทว่ากลับรู้สึกเวียนศีรษะในทันใด
เขารู้สึกตกใจจนรีบจับโต๊ะยันตัวเอาไว้ และเงยหน้าขึ้นอย่างเดือดดาล สายตาพลันจ้องมองซูหว่านอย่างอาฆาตมาดร้าย
“เจ้าวางยาข้าหรือ?” ฉู่ฉีเหยียนถาม สายตาเย็นเยียบจับจ้องไปที่ชุดน้ำชาบนโต๊ะ
ถูกเขาปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนั้น ซูหว่านก็คงพาลโกรธขึ้นมา ฟังแล้วก็ไม่เห็นน่าตกใจตรงไหน นางลุกขึ้นจะเข้าไปประคองเขาว่า “ทีแรกข้าก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้ข้าก็จนตรอกแล้วจริงๆ เหมือนกัน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมช่วยข้า เช่นนั้นข้าก็จำเป็นต้องช่วยตนเอง!”
ฉู่ฉีเหยียนจะอดทนกับแผนการร้ายนี้ของนางได้ยังไง? เขาสกัดมือนางอย่างโมโหในทันที
เดิมทีเขาแค่ใส่ยาสลบลงไปในชาของซูหว่าน ตอนที่ผลักนางออกดันสัมผัสมือนางโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่หัวใจและเลือดกลับแข็งตัวอย่างฉับพลัน ราวกับจะระเบิดพลุ่งพล่านในพริบตาเดียว
ความรู้สึกแบบนี้…
ความร้อนรุ่มในใจฉู่ฉีเหยียนถูกปลุกเร้าไปถึงขีดสุดในชั่วพริบตา อยากจะใช้กำลังภายในฝืนยับยั้งเอาไว้ ต่อมาถึงได้รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ยาพิษ และกำลังภายในก็หยุดยั้งไม่ได้เหมือนกัน
เขารู้สึกเหมือนพูดมากเกินไปจนคอแ