วาดถามก่อน โดยไม่รอให้เขาพูดจบ
หลังจากฉู่สวินหยางเข้ามา รถม้าและองครักษ์ของนางก็ถูกคนบังคับให้ออกไปหมดแล้ว เดิมทีที่ตั้งของที่นี่นั้นไร้ที่ติ ใครจะคิดว่าจะมีคนบุกเข้ามาอย่างกะทันหัน แถมยังเป็นผู้ที่สีหน้าเย็นชาและไม่น่าเข้าใกล้เช่นนี้
ในใจของเถ้าแก่ร้องทุกข์มิรู้วาย อ้ำอึ้งไม่รู้ว่าจะตอบยังไงอยู่นาน
ฉู่ฉีเหยียนเหลือบมอง แล้วหลี่หลินก็ผลักเขาออกไป
ซูหว่านที่แอบอยู่ห้องข้างๆ มานานคิดไม่ถึงว่าฉู่ฉีเหยียนจะมาอย่างกะทันหัน ถึงแม้ไม่อยากสร้างปัญหาใหม่เพิ่ม แต่นางก็นั่งไม่ติดอีกต่อไปแล้ว
ทางด้านนี้หลี่หลินกำลังจะยกขาถีบประตู พลันได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก ประตูห้องที่เชื่อมกับห้องข้างๆ ถูกคนเปิดจากด้านใน ซูหว่านออกมาจากข้างในด้วยสีหน้าที่พยายามฝืนยิ้มเอาไว้
นัยน์ตาฉู่ฉีเหยียนทอประกายเย็นยะเยือกเพียงชั่วครู่ แล้วทอดมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ
เขาไม่เอ่ยสิ่งใด ซูหว่านก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรก่อนเหมือนกัน แต่ถูกเขาจ้องระยะประชิดขนาดนี้กลับรู้สึกกลัวไม่น้อย
นางคิดว่าอำพรางได้ดีมากแล้ว แต่ฉู่ฉีเหยียนก็ยังสังเกตเห็นนัยน์ตาแวววาวของนาง
เขาก้าวไปหาแล้วเอ่ยถามก่อนว่า “เจ้าเป็นคนนัดข้าหรือ?”
ซูหว่านนิ่งอึ้งไป…
นางไม่รู้ว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ แต่เมื่อเจอฉู่ฉีเหยียนแล้ว ถึงอยากจะตบตาคงทำได้ไม่ง่ายนัก ดังนั้นจำเป็นต้องฝืนตอบไปว่า “ใช่! เรื่องในวังก่อนหน้านี้ข้าบุ่มบ่ามไป ดังนั้นจึงตั้งใจอยากจะขอโทษต่อหน้าเจ้า