ซูหว่านแทบจะเหมือนคนบ้า นางคิดว่าจับจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้แล้วจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ สู้ยอมใช้วิธีอื่นดีกว่า
ซูหว่านยังเงียบไปอีกครู่ใหญ่ สุดท้ายพอได้สติก็มองหลัวอวี่ก่วนอีกรอบ แต่กลับหัวเราะเสียงเย็นยะเยือกออกมา แล้วบีบปากนางอย่างแรง
หลัวอวี่ก่วนหวาดกลัวจนหน้าถอดสี ไม่ต้องรอให้ร้องตะโกน ซูหว่านก็ถือกาน้ำชามาจ่อปากนางแล้วเทลงไปทันที
หลัวอวี่ก่วนดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ ซูหว่านเทชาจนหมดแล้วใช้ผ้าอุดปากนางไว้ แล้วสั่งให้สาวใช้มัดนางและทิ้งไว้ในมุมรถม้า
ชากาหนึ่งหกไปเกินครึ่ง แต่ปริมาณที่เหลือก็พอจะทำให้หลัวอวี่ก่วนหลับไปสักพักหนึ่ง
สาวใช้สองคนจัดการเสร็จแล้วต่างก็รู้สึกหวาดกลัว จึงอ้ำๆ อึ้งๆ เอ่ยว่า “ท่านหญิง ยังไงนางก็เป็นคุณหนูของจวนหลัวกั๋วกง จริงๆ จะ…”
“หุบปาก!” ซูหว่านเอ่ยอย่างเดือดดาล นัยน์ตาทอประกายตาเย็นชา
เรื่องมาถึงขั้นนี้ก็ไม่มีทางให้ถอยกลับได้อีกแล้ว ปากของหลัวอวี่ก่วนไว้ใจไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
ณ ห้องทรงอักษรฮ่องเต้พิงพนักบัลลังก์กว้างที่อยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า แล้วตรัสถามว่า “ว่ามาเถอะ เรื่องที่เมืองฉู่ พวกเจ้ามีความเห็นว่ายังไงบ้าง?”“สิ่งที่แม่ทัพฮั่วทำไป กระหม่อมว่าเชื่อใจได้พ่ะย่ะค่ะ” ฉู่อี้อันตอบสั้นๆ ได้ใจความฮ่องเต้ไม่ตรัสสิ่งใด แล้วเลื่อนสายตาไปมองฉู่อี้หมินที่ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ข้างๆฉู่อี้หมินรู้สึกได้ถึงสายตาที่ทอดมองมาของฮ่องเต้ จึงสบส