ายตาของพระองค์แล้วเอ่ยเสียงนอบน้อมว่า “แม่ทัพฮั่วเข้ากับผู้บัญชาการหลัวไม่ได้ เรื่องนี้กระหม่อมทราบมานานแล้ว แต่ถ้าว่ากันตามสถานการณ์ กระหม่อมก็ไม่คิดว่าแม่ทัพฮั่วจะยอมเสี่ยงตายตั้งเมืองฉู่ที่มีประชาชนและทหารหลายแสนคนเพื่อความแค้นส่วนตัว เรื่องนี้น่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอีก ถ้าจะบอกว่าถือโอกาสแสดงเจตนาร้ายที่แท้จริงก็ไม่ถือว่าเกินไปนักพ่ะย่ะค่ะ”ฮั่วกังมีนิสัยซื่อตรง เรื่องที่ไม่ชอบขี้หน้าหลัวอี้ที่ได้ตำแหน่งมาด้วยเส้นสายของหลัวฮองเฮาก็ไม่ใช่ความลับอะไร แต่สถานการณ์ในการสู้รบสำคัญนัก ก่อนที่จะตรวจสอบต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวจนแน่ชัด ก็ไม่มีใครกล้ารับรองอะไรทั้งนั้นฮ่องเต้จับจอนผมด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย และไม่ตรัสสิ่งใดเป็นเวลานานฉู่อี้อันเห็นสีหน้าเขาอ่อนระโหยโรงแรง จึงเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “เสด็จพ่อ เรื่องเมืองฉู่ปล่อยให้เสด็จอาออกหน้าก็น่าจะต้านไว้ได้ อย่างน้อยที่สุดช่วงนี้ก็ไม่น่าจะมีเหตุร้าย กลับไปเสด็จพ่อค่อยจัดหาคนที่เหมาะสมให้ไปรับช่วงต่อก็ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้เรื่องที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน…คือโม่เป่ย!”พอฮ่องเต้ได้ยินก็ลืมตาส่งสายตาให้เขาพูดต่อไปทันทีฉู่อี้อันเอ่ย “ทั่วป๋าไหวอันออกจากเมืองหลวงโดยพลการ ในเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว จะมาหาผู้รับผิดชอบแค่ที่นี่คงไม่ช่วยอะไร กระหม่อมมีความเห็นว่า คนๆ นั้นต้องมีแผนการเป็นแน่ ในเมื่อเขาไปแล้วจะพาเขากลับมาอีกคงเป็นไปได้ยาก และในเ