แต่ว่าฟังสิ่งที่นางเอ่ยถึงอย่างไม่ได้ตั้งใจท่อนหนึ่งแล้ว ทันใดนั้นก็เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา แต่ยังต้องอดทนทำเป็นนิ่งไว้ จึงแค่มองและถามนางอย่างสงสัยว่า “เจ้าบอกว่าเจ้าเห็นซื่อจื่ออ๋องหนานเหออยู่ด้วยกันกับฉู่สวินหยางรึ? พวกเขาทำอะไรด้วยกัน?”
“ข้าก็ไม่รู้” หลัวอวี่ก่วนตอบ นัยน์ตาทอประกาย แต่กลับทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ “น่าจะแค่บังเอิญเจอกันพอดีเช่นกัน ตอนนั้นข้าก็ไม่กล้ารบกวน แต่ดูท่าทางสองคนจะคุยกันถูกคอ หยุดคุยกันอยู่ด้านหลังครู่ใหญ่เชียว!”
ซูหว่านมีสีหน้าตกใจ และเข้าสู่ภวังค์ทันที
หลัวอวี่ก่วนรออยู่ชั่วครู่ เห็นนางยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จึงย่อตัวคารวะก่อนว่า “ข้ามีธุระที่บ้าน ต้องรีบกลับไป คงต้องขอตัวก่อน”
ซูหว่านได้สติกลับมา แล้วก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว พลางจับมือนางไว้ว่า “พอดีข้าจะออกไปนอกวังเหมือนกัน งั้นไปด้วยกันเถอะ!”
หลัวอวี่ก่วนมองนางอย่างประหลาดใจ และเอ่ยด้วยสีหน้าลังเลว่า “เอ่อ…”
“เมื่อครู่ข้าลืมตัวเสียมารยาทไป เจ้าอย่าถือสาเลย…” ซูหว่านเอ่ย พลางทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้านาง แล้วคล้องแขนลากนางให้เดินต่อไปอย่างสนิทสนม
หลัวอวี่ก่วนเห็นนางเหมือนจะไม่ใส่ใจเรื่องก่อนหน้าแล้วก็วางใจตามไปด้วย จึงออกไปนอกวังพร้อมกับนาง
ทั้งสองคนพูดคุยและหัวเราะไปตลอดทางเดินที่ออกไปด้านนอก
เวลานี้หลัวอวี่ก่วนคอยติดตามหลัวฮองเฮาจึงพักอยู่ในวัง ครั้งนี้นางต้องออกจากวังชั่วคราว หลัวฮองเฮาก็ยุ่งอยู