“ท่านหญิงซูระวังด้วย!” เสียงผู้หญิงนุ่มนวลอ่อนโยน ฟังยังไงก็รู้สึกถึงความห่วงใย
ซูหว่านหันกลับไปมองอย่างไม่รู้ตัว แล้วก็เห็นใบหน้าบอบบางและขาวเล็กน้อยของหลัวอวี่ก่วนยิ้ม
ซูหว่านตกใจ จึงระวังตัวขึ้นมาในพริบตา แล้วผลักมือของนางให้ถอยไปด้านข้างสองก้าว พลางถามสีหน้าขรึมว่า “ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่?”
ที่นี่เป็นทางที่ต้องผ่านเพื่อออกจากวัง หลัวอวี่ก่วนมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ ต้องไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
สีหน้าหลัวอวี่ก่วนคล้ายกับกระอักกระอ่วน แต่ยังยิ้มอย่างมั่นใจและหวังดีว่า “ข้าขออนุญาตฮองเฮากลับจวน จึงผ่านมาพอดี”
ซูหว่านหน้านิ่งไป สีหน้าท่าทางยิ่งระวังตัวมากขึ้น แล้วโพล่งถามออกไปว่า “งั้นเจ้าก็เห็นเรื่องเมื่อครู่หมดแล้วรึ?”
“ท่านหญิงซู ข้าไม่ได้ตั้งใจ!” หลัวอวี่ก่วนรีบอธิบาย “ข้าแค่ต้องออกจากวังจึงโชคไม่ดีผ่านมาตรงนี้พอดี ไม่ได้ตั้งใจแอบดู เพียงแต่ก่อนหน้านี้เห็นซื่อจื่ออ๋องหนานเหอกับท่านหญิงสวินหยางอยู่ด้วยกัน ท่าทางเหมือนมีเรื่องต้องคุยกันอยู่ด้านหลังตรงนั้นพอดี ข้าไม่กล้ารบกวน รออยู่ครู่หนึ่งถึงได้บังเอิญเจอเจ้าอีก!”
สีหน้านางว้าวุ่นใจ พูดไปก็เหมือนกลัวว่าซูหว่านจะไม่เชื่ออีก จึงก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ลองจับมือซูหว่านแล้วเอ่ยอย่างไม่ค่อยสบายใจว่า “ข้าไม่ใช่คนขี้นินทาไร้สาระแบบนั้น ท่านหญิงซู หรือเจ้ายังต้องให้ข้าสาบานต่อฟ้าอีกงั้นรึ?”
ซูหว่านอยากจะสะบัดมือนางทิ้งอย่างรังเกียจ