โดยไม่จำเป็นหรอก
เดิมฉู่ฉีเหยียนก็หงุดหงิดมากอยู่แล้ว จึงแค่มองนางด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “ข้าไม่ต้องการคำขอบคุณจากเจ้า และไม่ต้องการการตอบแทนจากเจ้าด้วย เห็นแก่ที่พวกเราสองตระกูลเคยไปมาหาสู่กัน ข้าบอกเจ้าได้อย่างหนึ่งเลยว่า…เรื่องการแต่งงานของเจ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่ายังไงฝ่าบาทก็ไม่มีทางถอนรับสั่งแน่นอน อีกอย่าง…พระองค์ก็จะต้อนรับโม่เป่ยอย่างสมเกียรติต่อไป เจ้าก็ทำใจให้สบายทำหน้าที่พระชายาของเจ้าไปเถอะ!”
สีหน้าเขาเย็นชาไร้อารมณ์และไม่มีความล้อเล่นแม้แต่น้อย
ซูหว่านมองเขาอย่างตกตะลึง แค่รู้สึกว่าหน้าของเขายังคงหล่อจนสะกดใจคน แต่ความเย็นชาที่ปล่อยออกมาอย่างน่าประหลาดนั้นกลับทำให้นางรู้สึกตัว
ฉู่ฉีเหยียนไม่มีความอดทนให้นางกวนใจได้อีกต่อไปแล้ว เขาเหลือบมองนางอย่างเฉยเมยแล้วหันตัวจากไปอย่างรวดเร็ว
เขาก้าวเดินจากไปอย่างมั่นคง ไม่มีความอาลัยอาวรณ์และลังเลแม้แต่น้อย
ซูหว่านยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม คิดถึงคำพูดปฏิเสธที่แสนเย็นชาของเขาเมื่อครู่ ในใจราวกับถูกลมหนาวพัดกระแทกจนเป็นรอยแตกร้าว เลือดทั้งกายจับตัวแข็ง ราวกับทั้งหมดแข็งตัวอยู่ในหลอดเลือด
สายตาของนางเลื่อนลอย มองภาพเงาด้านหลังที่หล่อเหลาและสง่าผ่าเผยของคนคนนั้นค่อยๆ ห่างออกไป ทันใดนั้นก็คล้ายกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง นางถอยหลังไปสองก้าวอย่างหมดหวัง และไม่ทันระวังจึงเหยียบชายกระโปรงที่ยาวรุ่มร่ามเข้า แต่กลับมีคนช่วยประคองจากด้านข้าง