รีบร้อน
ซูหว่านจับชายเสื้อด้านหน้าของตนเองแล้วลุกขึ้นมา พลางเอ่ยอย่างไม่สบายใจและหวาดหวั่นว่า “ขออภัยซื่อจื่อ ข้า…ข้าแค่วุ่นวายใจไปเพียงชั่วครู่ ไม่ได้ต้องการทำร้ายเจ้า เจ้าอย่าเข้าใจผิด!”
ฉู่ฉีเหยียนมองนางอย่างเรียบเฉย แล้วหมุนตัวจากไป
ซูหว่านรีบร้อนจะตามไป อยากยื่นมือไปคว้าแขนเสื้อเขา แต่พอคิดถึงคำพูดของเขาเมื่อครู่ นิ้วมือก็พลันชะงักงันไปแล้วฝืนใจหดมือกลับมา ทำได้เพียงวิ่งออกไปกางแขนขวางหน้าเขาไว้
“ซื่อจื่อ!” นางเอ่ยปาก น้ำตาพลันร่วงอีกในชั่วพริบตา พลางมองฉู่ฉีเหยียนว่า “ถือว่าเห็นแก่ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้าเถอะ ไม่ว่ายังไงครั้งนี้เจ้าก็ต้องช่วยข้า! ท่าทีที่ฝ่าบาทมีต่อทั่วป๋าไหวอันคาดเดาได้ยาก ถ้าพาลมาโกรธข้าด้วย ข้าตายแน่ เจ้าช่วยข้าสักครั้ง ข้า…ข้า…”
นางพูดไปก็พูดจาสะเปะสะปะบ้าง สายตาหลบมองต่ำ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนแรงว่า “ข้าจะจดจำบุญคุณของเจ้าในครั้งนี้ไว้ และจะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน!”
แค่ซูหว่านคนเดียวไม่มีทางส่งผลกระทบต่อท่าทีและจุดยืนของคนตระกูลซูได้มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ที่ฉู่ฉีเหยียนมีแต้มต่อมากกว่าทั่วป๋าไหวอัน ไม่ว่าทั่วป๋าไหวอันกับซูหว่านจะแต่งงานกันจริงหรือไม่ ตราพระชายาขององค์ชายห้าแห่งโม่เป่ยก็เหมือนประทับอยู่บนตัวนางแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาไม่ได้คิดกับซูหว่านแบบนั้น ต่อให้ซูหว่านจะเป็นหญิงที่งดงามกว่าผู้ใดจริง…
เขาก็คงไม่แส่หาเรื่องให้ตนเองเพื่อผู้หญิงคนนี้