หัวเราะเยาะออกมาว่า “พระชายาองค์ชายห้า ข้ารู้ว่าเพราะเรื่องการแต่งงานของซูซื่อจื่อกับพี่สาวข้า พวกเจ้าตระกูลซูก็แค้นจวนอ๋องหนานเหอมาตลอด ดังนั้นเจ้ามาใช้ลูกไม้แบบนี้อยากให้ข้าตายรึไง?”
ซูหว่านนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ตกตะลึงจนน้ำตาหยุดไหล แล้วรีบเงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย และถามอย่างหวาดหวั่นว่า “ซื่อจื่อหมายความว่ายังไง?”
สีหน้าฉู่ฉีเหยียนทั้งเย้ยหยันและเย็นชา เขายืนนิ่งไม่ขยับ เพียงก้มมองหน้านาง “ฝ่าบาทมีรับสั่งให้แต่งงาน ตามหลักก็ถือว่าเวลานี้เจ้าเป็นพระชายาขององค์ชายโม่เป่ยแล้ว แต่ตอนนี้กลับมาพูดกับข้าในสถานที่สำคัญอย่างวังหลวงอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้…เจ้าอยากยืมมือฝ่าบาทลงโทษข้าโทษฐานที่ขัดขืนรับสั่งรึ? แล้วเจ้าก็จะแก้แค้นให้พี่ชายเจ้าได้ใช่หรือไม่?”
หัวใจของซูหว่านเต้นช้าลงทันที นางโบกมืออย่างลนลาน สายตาหวาดกลัวสอดส่ายไปทั่วว่า “ไม่ใช่…ไม่ใช่…ข้า…ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย เรื่องพี่ชายข้ากับท่านหญิงอันเล่อเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่ไหนแต่ไรมาข้าก็ไม่เคยเกลียดใครเลย และข้า…ข้ายิ่งไม่ทำร้ายเจ้าเด็ดขาด!”
ซูหว่านอธิบายอย่างร้อนรน สายตาทั้งกระวนกระวายใจและโหยหา นางมองฉู่ฉีเหยียนอย่างกระอักกระอ่วน
ฉู่ฉีเหยียนเพียงยิ้มเยาะให้นางอย่างเยือกเย็น
ซูหว่านคิดว่าเขาโมโหเพราะการกระทำของตนเอง จึงรีบหดมือกลับเหมือนโดนน้ำร้อนลวก
ฉู่ฉีเหยียนยกยิ้มมุมปากอย่างเฉยชา และก้มตัวจัดเสื้อผ้าที่นางจับจนยับให้เรียบร้อยอย่างไม่