วนอยู่เช่นนี้ได้หรือ?”
ฉู่ฉีฮุยหน้าเปลี่ยนสี ทว่าที่ฉู่สวินหยางพูดคือความจริง เขาไร้ทางโต้ตอบจริงๆ อดทนนานมากจึงเพิ่งส่งเสียงเหอะในลำคอออกมา “พูดแก้ต่างให้ข้าอย่างนั้นรึ คำพูดหลอกลวงที่เจ้าปรุงแต่งขึ้นมาเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่า เอาชื่อเสียงของน้องห้ามาเล่นละครเสียแล้ว สวินหยางคงเป็นเพราะว่าเจ้ายังแค้นเคืองเรื่องที่จวนอ๋องหนานเหอก่อนหน้านี้ ยอมรับมาก็จบแล้ว เหตุใดจึงต้องวางมาดดูมีศีลธรรมส่งน้ำใจพวกนี้ให้แก่ข้า? เจ้าบีบท่านแม่และน้องห้าของข้าจนไร้หนทางเดินแล้ว เจ้าต้องการจะบีบพวกนางจนตายจึงจะพอใจใช่หรือไม่?”
“เจ้าอยากจะพูดอย่างไรก็พูดไป!” ฉู่สวินหยางเบ้ปาก แทบไม่สนใจเรื่องที่เขาต่อว่ากลับมาสักนิด เพียงแต่ใช้สายตาเหน็บแนมมองดูเขา “เจ้าให้ความสำคัญกับศีลธรรม จึงรับไม่ได้ที่ชื่อเสียงของน้องสาวแสนดีของเจ้าเสียหายใช่หรือไม่? อย่างนั้นก็ดี ประตูห้องทรงอักษรก็อยู่นั่นไง ตอนนี้เจ้าก็สามารถกลับไปกล่าวต่อหน้าฝ่าบาทได้แล้ว เปิดโปงคำพูดที่ไม่มีมูลของข้าและพี่รอง แก้ไขความจริงให้แก่น้องห้าของเจ้า”
หากไม่มีคำพูดนั้นของฉู่ฉีเฟิง เขาในตอนนี้ก็คงจะยังถอนตัวออกมาจากเรื่องของทั่วป๋าไหวอันไม่ได้ ยากที่จะหลุดออกมาเช่นนี้ ฉู่ฉีเฟิงถึงแม้จะบ้าก็ยังไม่กล้าจะไปเท้าความพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก
ฉู่สวินหยางเห็นเขาลังเลก็ยิ้มอย่างเสียดสี “พูดว่าข้าต้องการจะให้ร้ายพวกเจ้า ใช้สิ่งที่เรียกว่าชื่อเสียงของฉู่เยว่เหยียนแ