ลกเปลี่ยนกับความปลอดภัยของเจ้าเอง เจ้าไม่รู้สึกว่าได้กำไรหรอกหรือ?”
ความในใจของฉู่ฉีฮุยถูกเปิดเผยออกมา เพียงทำได้แค่มองนางทั้งยังเต็มไปด้วยความโกรธ
ฉู่สวินหยางก็ไม่สนใจเขา เพียงกล่าวต่อไปว่า “ถ้าไม่ใช่ว่ากลัวท่านพ่อและวังบูรพาของพวกเราถูกหางเลขกับเรื่องนี้ไปด้วย ข้าก็คร้านที่จะยุ่งเรื่องไร้สาระพวกนี้ของเจ้า เรื่องไม่มีสายปลายเหตุที่บังเอิญขนาดนั้น คงมีคนอยากจะเอาเรื่องเจ้าจากงานแต่งของทั่วป๋าไหวอัน แค่เจ้าระวังสักหน่อย ก็ไม่ต้องทำให้พวกเราทั้งหมดเหนื่อยไปกับเรื่องแบบนี้ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าให้พี่รองออกหน้าช่วยเจ้าแก้ต่างเรื่องนี้ หากมีครั้งต่อไป…เจ้าก็ช่วยเหลือตัวเองเอาก็แล้วกัน!”
“เจ้า…” ฉู่ฉีฮุยยอมรับน้ำใจครั้งนี้ของนางตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เขาจ้องตานางอย่างดุดัน ท้ายที่สุดก็มิวายเตือน “เจ้าควรจะเตรียมหาวิธีจัดการกับคำโกหกพวกนั้นดีกว่า หากถึงเวลาที่โทษหลอกลวงฝ่าบาทออกมา ก็ไม่แน่ว่าเป็นใครในพวกเรากันแน่ที่ต้องโดนหางเลข”
พูดจบก็สะบัดชายเสื้ออย่างโมโห ก้าวเท้ายาวๆ จากไป
“พวกจอมปลอม!” ฉู่สวินหยางทำเสียงเยาะเย้ยไล่ตามหลังเขาไป “เห็นได้ชัดว่าเขาก็แค้นที่ไม่สามารถนำฉู่เยว่เหยียนมารับเคราะห์แทนตัวเองได้ เวลานี้ยังจะมาเสแสร้งเรื่องคุณธรรม!”
ชิงหลัวที่เต็มไปด้วยความกังวลใจเดินออกมาจากด้านหลัง “มองดูท่าทีของหวงจ่างซุนแล้ว เกรงว่าคงจะไม่ยอมวางมือยุติเรื่องนี้แน่ หากเขาต้องการจะเป็นปฏิปักษ